ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดปลาสหกรณ์ประมงแม่กลอง ตำบลแหลมใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ และนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า โครงการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ และ โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน
ภายในงานมีการจัดนิทรรศการแสดงผลการดำเนินงานของทั้งสองโครงการ รวมถึงการแปรรูปปลาหมอคางดำเพื่อเพิ่มมูลค่า นอกจากนี้ ร้อยเอก ธรรมนัส ยังได้เป็นประธานมอบป้ายโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบให้กับตัวแทนชาวประมงจาก 9 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, สมุทรปราการ, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, ระยอง, จันทบุรี และตราด พร้อมมอบเงินอุดหนุนเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรอีก 4 รายในพื้นที่ โดยมีนายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นำหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนกว่า 700 คนร่วมให้การต้อนรับ


นางฐิติพร หลาวประเสริฐ รองอธิบดีกรมประมง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง ได้รายงานถึงความคืบหน้าของ โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 โดยตั้งเป้านำเรือประมงออกนอกระบบจำนวน 923 ลำ วงเงินรวม 1,622.6 ล้านบาท เพื่อลดความหนาแน่นของเรือประมงในทะเลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อระบบนิเวศและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนจนถึงปัจจุบัน มีผู้ประสงค์เข้าร่วมโครงการ 804 ลำ และไม่ประสงค์เข้าร่วมอีก 119 ลำ โดยได้มีการเบิกจ่ายเงินชดเชยให้กับชาวประมงไปแล้ว 726 ลำ รวมเป็นเงินกว่า 1,004 ล้านบาท เฉพาะในจังหวัดสมุทรสงคราม มีชาวประมงเข้าร่วมโครงการ 14 ลำ รวมวงเงินชดเชย 44.97 ล้านบาท ผ่านการอนุมัติแล้ว 13 ลำ รวม 42.2 ล้านบาท และมีเรือ 1 ลำที่ไม่ประสงค์รับเงินชดเชย
สำหรับ โครงการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นพันธุ์ปลาต่างถิ่นที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและอาชีพประมงพื้นบ้านอย่างรุนแรง ได้เริ่มดำเนินการอย่างจริงจังตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 ตามแผนปฏิบัติการปี 2567–2570 โดยมีความคืบหน้าหลายด้าน ได้แก่การกำจัดปลาหมอคางดำสะสมแล้วกว่า 7.32 ล้านกิโลกรัม ปัจจุบันเหลือพื้นที่พบการระบาดใน 17 จังหวัด จากเดิม 19 จังหวัด มีการศึกษาปลานักล่าที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่และปล่อยไปแล้วกว่า 1.13 ล้านตัวสนับสนุนภาคเอกชนรับซื้อไปผลิตปลาป่นจำนวนกว่า 2 ล้านกิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 34 ล้านบาท ทดลองเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำสายพันธุ์ 4n ซึ่งไม่สามารถสืบพันธุ์ได้ เพื่อควบคุมประชากร ในปีงบประมาณ 2568 มีแผนปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจำนวน 78.81 ล้านตัว ดำเนินการแล้วกว่า 96.6% หลังการรายงานโครงการ ตัวแทนจากภาคเกษตรและประมงได้เสนอปัญหาสำคัญเพื่อให้รัฐบาลเร่งหาทางแก้ไข


นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมประมงสมุทรสงคราม เสนอให้จำกัดการนำเข้าสินค้าประมงจากต่างประเทศ และเร่งปราบปรามสินค้าประมงผิดกฎหมายที่ลักลอบเข้ามาในตลาด พร้อมเสนอให้ปรับกฎหมายเกี่ยวกับเครื่องมือจับปลาหมอคางดำ โดยให้ใช้ตาอวนที่ถี่ขึ้นเพื่อให้สามารถจับได้ทั้งปลาขนาดเล็กและใหญ่ ควบคู่กับการใช้กากชาและปล่อยปลานักล่าเพื่อควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำในธรรมชาติ


ด้านภาคเกษตรกรรม นายชัยยันต์ เจียมศิริ ประธานกลุ่มเครือข่ายสภาเกษตรกรไม้ผล ได้เสนอให้ภาครัฐสนับสนุนโครงการวิจัยเพื่อปรับปรุงพันธุ์พืชเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสงคราม โดยเฉพาะลิ้นจี่ ซึ่งมีปัญหาออกดอกแต่ไม่ติดผลในบางฤดู พร้อมทั้งเสนอให้เปิดตลาดใหม่ในทวีปยุโรปสำหรับสินค้าส้มโอและมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน


ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวภายหลังการรับฟังปัญหาว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ถือเป็นการมาทำหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อติดตามโครงการสำคัญและรับฟังปัญหาจากชาวประมงและเกษตรกรโดยตรง โดยยืนยันว่าโครงการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำจะเดินหน้าต่อเนื่องอย่างจริงจัง “เราจะทำสงครามกับปลาหมอคางดำอย่างถึงที่สุด จนกว่าจะหมดไปจากแผ่นดินไทย ไม่เพียงแค่การกำจัด แต่ต้องนำมาเพิ่มมูลค่า ทั้งการแปรรูป การหมักเป็นแร่ธาตุและสารอาหารสำหรับพืช เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรตามนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน”


พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำการสร้างกลไกตลาดโดยให้สหกรณ์เป็นศูนย์กลางกระจายผลผลิต และผลักดันให้เกิดการจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนสินค้าภาคการเกษตรของจังหวัดสมุทรสงคราม โดยมีตัวแทนเกษตรกรและชาวประมงร่วมเป็นสมาชิก เพื่อให้การเสนอปัญหาและข้อเสนอแนะจากพื้นที่สามารถเชื่อมตรงถึงฝ่ายนโยบายได้อย่างรวดเร็ว “แม้จะมีเวลาทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีอีกไม่นาน แต่ผมจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนอย่างสุดกำลังและต่อเนื่อง