กรณีสุนัขกัดเด็ก 2 ขวบบาดเจ็บ จนทำให้พ่อเด็กมาตามไล่ตีสุนัข หลังจากนั้นเพจดังแจ้งความดำเนินคดีพ่อเด็ก ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ฯ จนกลายเป็นกระแสสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ตามที่ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
เหนียวแน่นเกินเหตุ! มูลนิธิวอชด็อกไม่ถอนฟ้อง คดีพ่อเตะหมาปกป้องลูก2ขวบหลังถูกกัด
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถาม ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ โดยได้ให้ความเห็นส่วนตัวว่า เรื่องนี้ต้องพิจารณากันในหลายมิติ เช่น ต้องพิจารณาข้อเท็จของเหตุการณ์จริงให้ยุติก่อนว่าสุนัขกัดเด็ก กรณีนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะสาเหตุอะไร เช่น เด็กไม่ได้ไปแหย่สุนัข เด็กเดินไปมาแล้วก็ถูกสุนัขวิ่งไปกัด เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นเฉพาะหน้า ผู้อยู่ในเหตุการณ์ก็สามารถช่วยเหลือเด็กได้ตามความจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกาย หรือป้องกันความเสียหายที่เกิดกับเด็ก ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 21 การกระทำดังต่อไปนี้ ไม่ถือว่าเป็นการทารุณกรรม (6) การฆ่าสัตว์ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกายของมนุษย์หรือสัตว์อื่น หรือป้องกันความเสียหายที่จะเกิดแก่ทรัพย์สิน ซึ่งมาตรา 21 (6) ต้องมีเหตุผลและต้องสมควรแก่เหตุ โดยคำนึงถึงสัดส่วนของความเหมาะสมเป็นรายกรณี ตามข้อเท็จจริง และกระทำขณะเกิดเหตุต้องมีภยันตรายจากสัตว์เกิดขึ้น

แต่ถ้าเมื่อเหตุการณ์สุนัขกัดเด็กผ่านพ้นไปนานแล้วและสามารถมีมาตรการอื่นๆ ที่จะดูแลด้านความปลอดภัย ป้องกันไม่ให้สุนัขตัวดังกล่าว มากัดหรือทำร้ายผู้อีก ซึ่งเท่ากับว่ามีวิธีอื่นๆ ที่เลือกให้สามารถหลีกเลี่ยงให้สัตว์พ้นจากการฆ่าหรือทารุณกรรมสัตว์ได้แต่ไม่ทำ เช่น การแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมปศุสัตว์ หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อป้องกันระงับเหตุที่จะเกิดขึ้นซ้ำอีก แต่ใช้วิธีการโดยเจตนาทารุณสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร เช่นนี้ก็ไม่อาจอ้างเหตุจำเป็นดังกล่าวได้ ดังนั้นสำหรับกรณีดังกล่าว ก็ต้องพิจารณาความจำเป็นที่ต้องป้องกันภยันตรายของชีวิตและร่างกายเด็กเป็นสำคัญ เพราะสุนัขมีสัญชาตญาณของสัตว์ ที่มีความอันตรายแตกต่างกันไป ตามชนิดสายพันธุ์ การควบคุมดูแล การฝึกฝนและสภาพแวดล้อม สุนัขที่มีเจ้าของก็สามารถดำเนินการปรับพฤติกรรมฝึกฝน เปลี่ยนพฤติกรรมของสัตว์นั้นได้ แต่ถ้าเป็นสุนัขจรจัด มาตรการทางด้านความปลอดภัยสำหรับชีวิตร่างกาย ทรัพย์สินของคนในชุมชน ก็เป็นเรื่องสำคัญ
โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มักจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อยู่เสมอ ที่จะต้องมีมาตรการดูแลสุนัขจรจัดเหล่านั้น โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ใครเป็นผู้ดูแลหรือเจ้าของสุนัขจรจัด เรื่องดังกล่าวก็ได้มีแนวทั้งคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดและคำพิพากษาศาลฎีกาตัดสินเป็นบรรทัดฐานเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว ขึ้นอยู่ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปฏิบัติจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังหรือไม่อย่างไร เพราะแม้แต่ใน พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 กำหนดในกรณีที่พบสัตว์ถูกปล่อย ละทิ้ง หรือไม่มีเจ้าของ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้แก่สัตว์ตามความเหมาะสม ตามมาตรา 26 โชคดีที่กรณีนี้มีบริษัทเอกชน เป็นเจ้าภาพช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้
สำหรับกระแสดราม่าที่เกี่ยวกับสัตว์นั้น ปัจจุบันคงต้องยอมรับว่าบางเรื่องก็เป็นเรื่องจริง แต่บางเรื่องก็ไม่ใช่เรื่องจริง เป็นการสร้างเหตุการณ์ให้เกิดกระแส ในการหาผลประโยชน์บางอย่าง บางเรื่องอาจมีการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อาจมีบทลงโทษ: จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 14 (1) ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 และถ้ามีการแจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ก็อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 172 หรือถ้ามีการแจ้งความเท็จว่ามีการกระทำความผิด ทั้งที่รู้ว่าไม่มีการกระทำเกิดขึ้น ก็อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท ตามมาตรา 173 ประมวลกฎหมายอาญา เป็นต้น

ฉะนั้นการช่วยเหลือดูแลสัตว์ด้วยความรับผิดชอบของเจ้าของสัตว์ หรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และปัจจุบันแม้มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ที่มีเจตนารมณ์ในการยับยั้งป้องปรามการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควรและเจ้าของสัตว์ต้องเลี้ยงดูจัดสวัสดิภาพสัตว์ของตนให้เหมาะสมด้วยความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและสังคม ซึ่งเป็นเป้าหมายหรือคุณธรรมทางกฎหมายและเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนอีกด้วย
การบังคับใช้กฎหมายก็ไม่ควรเกินเจตนารมณ์ และไม่ควรใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งกัน เพราะผู้ถูกกล่าวหาบางคนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติต่อสัตว์และโดนตัดสินว่ากระทำความผิด โดยเฉพาะจากสังคมออนไลน์ อาจจะสร้างบาดแผลในใจให้ผู้ถูกกล่าวหาและครอบครัวได้ ดังนั้น นอกจากความเมตตาธรรมที่จะมอบให้สัตว์แล้ว ความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองก็สำคัญ ซึ่งถ้าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดจริง ก็ควรใช้กระบวนการทางกฎหมายพิพากษาตัดสินกัน ดีกว่าดราม่ากันจนเกินเลย.



