มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดตัวหลักสูตร ‘TU ESG NEXT for Sustainability Leadership’ ภายใต้แนวคิด ‘Leadership with Purpose for ESG Sustainability’ มุ่งพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ที่สามารถทำความเข้าใจและนำหลักการ ESG (Environment, Social, Governance) หรือ แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล มาประยุกต์ใช้ในองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านความยั่งยืนให้กับผู้บริหารยุคใหม่ โดยรวบรวมมุมมองอันเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ทั้งจากภาคธุรกิจ การศึกษา และภาคสังคม มาถ่ายทอดให้แก่ผู้เรียน

‘ดร.วรวุฒิ ไชยศร’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้านซีเอสอาร์ จำกัด และผู้อำนวยการหลักสูตร เปิดเผยว่า หลักสูตร TU ESG NEXT ได้รับการออกแบบอย่างเป็นระบบผ่าน 7 โมดูล ซึ่งเชื่อมโยงทั้งทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติจริงอย่างบูรณาการ โดยครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานของแนวคิด ESG การบริหารจัดการธรรมาภิบาล การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การจัดทำรายงานความยั่งยืน ไปจนถึงการบูรณาการ ESG เข้ากับยุทธศาสตร์องค์กรอย่างมีกลยุทธ์ เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ผู้เรียนสามารถกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กรได้อย่างชัดเจน สร้างผลกระทบเชิงบวกได้จริง และส่งต่อแนวคิดดังกล่าวไปยังทุกระดับในองค์กร พร้อมกล่าวว่า ผู้นำรุ่นใหม่เหล่านี้จะเป็นเครือข่ายสำคัญที่ช่วยผลักดันภาคธุรกิจไทยให้ก้าวไปสู่อนาคตแห่งความโปร่งใสและสมดุลได้อย่างแท้จริง

ด้าน ‘ดร.ผกาวดี สุพรรณจิตวนา’ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และผู้อำนวยการหลักสูตร ชี้ถึงประเด็นสำคัญที่ว่า สิทธิมนุษยชนคือหัวใจของทุกเป้าหมายความยั่งยืน กล่าวคือ สิทธิมนุษยชนเป็นรากฐานของการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งการขจัดความยากจน การศึกษา สิ่งแวดล้อม และแรงงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นองค์ประกอบของเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) และความสำเร็จขององค์กรยุคใหม่ไม่ควรถูกวัดจากผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสะท้อนคุณค่าที่ธุรกิจสร้างให้กับสังคมด้วย หากองค์กรละเลยเรื่องความเท่าเทียมในห่วงโซ่อุปทาน ย่อมเสี่ยงต่อการสูญเสียความน่าเชื่อถือในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอนาคตที่ประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น สหภาพยุโรป จะให้ความสำคัญกับประเด็นสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ดังนั้นองค์กรที่เคารพสิทธิมนุษยชนจะได้รับความได้เปรียบในการแข่งขัน ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุน และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ‘ดร.เอกสิทธิ์ หนุนภักดี’ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้มุมมองว่า ESG เป็นวิวัฒนาการทางความคิดของมนุษยชาติที่ต่อยอดจากแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนและมาตรฐานสากล เช่น SDGs และ ISO โดยเปรียบเทียบว่าแนวคิดดังกล่าวคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่คล้ายกับช่วงเวลาที่สังคมไทยเปิดรับความทันสมัยในอดีต ดร.เอกสิทธิ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ESG ครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งสะท้อนถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบขององค์กรอย่างชัดเจน พร้อมทั้งย้ำว่า ESG ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกโดยตรง ประเทศที่สามารถขับเคลื่อนแนวคิดนี้ได้อย่างเป็นจริง จะมีความได้เปรียบทั้งในด้านการค้าและทรัพยากร ซึ่งประเทศไทยเองต้องเร่งพัฒนาศักยภาพผู้นำเพื่อให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงระดับโลก

ในมุมมองจากคนรุ่นใหม่อย่าง ‘ชณัฐ วุฒิวิกัยการ’ หรือ ‘ก้อง Green Green’ คอนเทนต์ครีเอเตอร์สายสิ่งแวดล้อม เล่าถึงแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองหลังจากได้รับชมสารคดี Our Planet ซึ่งทำให้เห็นผลกระทบของมนุษย์ต่อธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง โดยเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ลดการใช้พลาสติก พกพาภาชนะส่วนตัว แยกขยะ และหมักเศษอาหารเป็นปุ๋ย รวมถึงได้ส่งเสริมแนวคิดเดียวกันนี้ในทีมงานครีเอทีฟของตน โดยตั้งเป้าไม่ให้มีขยะจากการทำงาน พร้อมกล่าวว่า “การเป็นครีเอเตอร์ที่ดีไม่ใช่แค่เล่าเรื่อง แต่ต้องทำให้เห็นว่าเราทำจริง” ทั้งยังเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้ และเมื่อรวมพลังกันจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อโลกใบนี้ได้