“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลกับกระทรวงคมนาคม พบว่า ภายหลังจากกระทรวงคมนาคมเดินหน้ามาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย ตามนโยบายรัฐบาลที่ให้กลับไปดำเนินตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดิม เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2567 ในรถไฟชานเมืองสายสีแดง (รถไฟฟ้าสายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน และรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง ช่วงเตาปูน-บางใหญ่ โดยเริ่มเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2568 และสิ้นสุดในวันที่ 30 พ.ย.2568 ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้โดยสาร ซึ่งข้อมูลเมื่อวันที่ 10 ต.ค.2568 รถไฟฟ้าสายสีแดง มีผู้โดยสารกว่า 4 หมื่นคน และสายสีม่วง มีผู้โดยสารกว่า 8 หมื่นคน ยังใกล้เคียงกันกับช่วงก่อนเริ่มเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2568

การรับสิทธิค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสายของรถไฟฟ้าสายสีแดง และสายสีม่วง ประชาชนไม่ต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” แล้ว จะได้รับสิทธิอัตโนมัติ โดยก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคม กำหนดว่าต้องลงทะเบียนก่อน เพื่อรับสิทธิผ่านทางบัตร Europay Mastercard and Visa (EMV) Contactless Card ที่ลงทะเบียน อย่างไรก็ตามตั้งแต่ ครม. เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2568 มีมติเห็นชอบให้กลับไปใช้มติ ครม.เดิม ทางสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร. หรือ DGA ผู้พัฒนาระบบ ได้ปิดระบบการลงทะเบียนผ่านแอป “ทางรัฐ” แล้ว อยู่ระหว่างทบทวนแผน และแนวทางการพัฒนาระบบ โดยต้องรอความชัดเจนด้านนโยบายจากรัฐบาล และกระทรวงคมนาคมอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลการเปิดลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสายทั้ง 8 สาย ตามนโยบายรัฐบาลก่อนหน้านี้ ที่เปิดให้ประชาชนได้ลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอป “ทางรัฐ” ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 25 ส.ค.2568 จนถึงเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2568 พบว่า มีผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จ จำนวน 349,615 คน โดยเป็นบัตร EMV จำนวน 173,278 ใบ และบัตรแรบบิท จำนวน 222,000 ใบ

สำหรับผลการดำเนินงานมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท ของรถไฟฟ้าสายสีแดง และสายสีม่วง ในปีที่ 2 (1 ต.ค.2567-31 ส.ค.2568) เปรียบเทียบกับการดำเนินมาตรการฯ ในปีที่ 1 (1 ต.ค.2566-31 ส.ค.2567) พบว่า ปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดง ปีที่ 2 เฉลี่ย 35,155 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 23.21% เมื่อเทียบกับปีที่ 1 มีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ย 28,532 คนต่อวัน ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีม่วง มีปริมาณผู้โดยสารปีที่ 2 เฉลี่ย 67,839 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 4.19% เมื่อเทียบกับปีที่ 1 มีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ย 65,110 คนต่อวัน และหากรวมทั้งสองสาย (สีแดง และสีม่วง) มีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ย 102,994 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 9.99% เมื่อเทียบกับปีที่ 1 มีผู้โดยสารเฉลี่ย 93,642 คนต่อวัน

ส่วนปริมาณรายได้ค่าโดยสารจากการดำเนินมาตรการฯ พบว่า รถไฟฟ้าสายสีแดง มีรายได้ในปีที่ 2 เฉลี่ย 6.7 แสนบาทต่อวัน เพิ่มขึ้น 17.54% เมื่อเทียบกับปีที่ 1 มีรายได้ 5.7 แสนบาทต่อวัน ส่วนรถไฟฟ้าสายสีม่วง มีรายได้ในปีที่ 2 เฉลี่ย 1 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้น 3.09% เมื่อเทียบกับปีที่ 1 มีรายได้ 9.7 แสนบาทต่อวัน หากรวมทั้งสองสาย (สีแดง และสีม่วง) มีรายได้เฉลี่ย 1.67 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้น 8.44% เมื่อเทียบกับปีที่ 1 มีรายได้เฉลี่ย 1.54 ล้านบาทต่อวัน

ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์ รายงานด้วยว่า ขณะนี้รัฐบาลเริ่มประชาสัมพันธ์โครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งพบว่า ประชาชนที่ได้รับสิทธิ สามารถนำเงินที่ได้รับไปใช้จ่ายกับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะได้ด้วย ทั้งรถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทาง เรือโดยสาร แท็กซี่ รถตู้ รถสามล้อ รถสองแถว รถจักรยานยนต์ รถสามล้อถีบ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน ส่วนจะได้รับสิทธิโครงการ และใช้จ่ายอย่างไร ต้องรอรายละเอียดจากรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป.