เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จากการที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท คงการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนอย่างต่อเนื่องในอัตรา 2,300 ลบ.ม./วินาที เป็นวันที่ 7 ส่งผลทำให้ยังคงมีมวลน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจ.พระนครศรีอยุธยา ประกอบกับมีฝนตก ส่งผลทำให้แม่น้ำน้อย คลองสาขาต่างๆ ที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาระดับน้ำเริ่มทรงตัว ในพื้นที่ อ.บางบาล เป็นอีกอำเภอหนึ่งใน 12 อำเภอ ที่ถูกน้ำท่วมนาน ถูกน้ำท่วมทั้งหมด 16 ตำบล 101 หมู่บ้าน มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 6,620 ครัวเรือน
ส่วนที่ชุมชน ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นชุมชนที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ถึงแม้ระดับน้ำจะลดระดับลงและเริ่มทรงตัวแต่ระดับน้ำที่ท่วมอยู่ในชุมชนมานานเข้าสู่เดือนที่ 3 ถนนทางเข้าชุมชนถูกน้ำท่วมสูง สภาพบ้านเรือนถูกน้ำท่วมครึ่งหลัง น้ำท่วมถึงพื้นบ้าน ใช้ชีวิตอยู่อย่างลำบาก

นางสำรวย สุขโชติ อายุ 64 ปี กล่าวว่า ใช้ชีวิตอยู่กับน้ำท่วมมานานกว่า 2 เดือนแล้ว บางชุมชนท่วมก่อนนานกว่า 3 เดือน จะเข้าออกบ้านไปหาซื้ออาหาร ไปทำงาน ลำบากมากจริงๆ เครียดมาก ใครว่าน้ำท่วมแล้วชิน ลองมาอยู่ในสภาพที่น้ำท่วมแบบนี้ ใครไม่มาอยู่ ไม่มาใช้ชีวิตสภาพน้ำท่วมบ้านไม่รู้หรอก ส่วนเงิน 9,000 บาท ไม่ได้อยากได้เลย อยากไม่ให้น้ำท่วมมากกว่า ไม่อยากให้ระบายน้ำมาแล้วสร้างความเดือดร้อนกับชาวบ้านแบบนี้ เหมือนระบายมาแบบมั่วไปหมด ขึ้นๆ ลงๆ ไม่วางแผนจัดการ เราเข้าใจว่าเราเป็นพื้นที่ต่ำ แต่น่าจะระบายน้ำกระจายพื้นที่ไปในทุ่งนาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ถึงแม้จะมีการลดการระบายน้ำ ขณะนี้น้ำลดลงไปได้ประมาณ 10 ซม. แล้วก็ทรงตัวแช่อยู่แบบนี้ ไม่ได้ลดหรือบรรเทาความเดือดร้อน เชื่อว่าชาวบ้านหลายคนที่ถูกน้ำท่วมนานแบบนี้ จะอยู่ในสภาวะความเครียดกันทุกคน ยิ่งระบายน้ำเพิ่มยิ่งเครียด เงิน 9,000 บาท ไม่ได้บรรเทา เพราะตั้งแต่น้ำขึ้น ขนย้ายของเก็บของเราต้องจ้างคนมาช่วย พอน้ำลงยิ่งเครียกว่า ล้างบ้าน ซ่อมแซมความเสียหาย เชื่อว่าเงินที่ได้ไม่พอแน่นอน ต้องหาเงินมาเพิ่มอีก น้ำท่วมก็ขาดรายได้ แต่มีรายจ่ายมากกว่าเดิม



