สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ว่าในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ซึ่งถูกจัดทำก่อนข้อพิพาทเรื่องภาษีระหว่างสหรัฐกับจีนครั้งล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในปี 2568 เป็น 3.2% จาก 3.0% ในเดือน ก.ค. และยังคงคาดการณ์การเติบโตในปี 2569 ไว้ที่ 3.1%
นายปิแอร์-โอลิวิเยร์ กูรินชาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า ผลกระทบทางการค้าต่อการเติบโตยังไม่รุนแรงนัก ขณะที่ภาคเอกชนเองก็สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยการตอบสนองต่อมาตรการภาษีของทรัมป์อย่างคล่องตัว
เขาเสริมว่า ปัจจัยอื่น ๆ เช่น การเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และนโยบายการคลังในยุโรปและจีน ล้วนช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ไอเอ็มเอฟยังคงมองเห็นความเสี่ยงด้านลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนทางการค้า
Tariffs are lower than we previously expected. Accordingly, we now project global growth at 3.2% in 2025, slowing to 3.1% next year. See our blog for more. https://t.co/3pF7VIlij1 pic.twitter.com/wV5pelnWAK
— IMF (@IMFNews) October 14, 2025
กูรินชาสมองว่า “ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา” แต่เขาคิดว่าสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจว่า ทุกคนกำลังอยู่ในโลกที่ความตึงเครียดทางการค้า หรือความไม่แน่นอนด้านนโยบาย อาจเพิ่มสูงขึ้นได้ทุกเมื่อ
ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อโลกจะยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 4.2% ในปีนี้ และ 3.7% ในปี 2569 ด้วยแรงหนุนจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา
ขณะเดียวกัน ไอเอ็มเอฟปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลกขึ้นอีก 0.1% ในปีนี้และปีหน้า แบ่งเป็น 2.0% ในปี 2568 และ 2.1% ในปี 2569.
เครดิตภาพ : AFP



