เมื่อวันที่ 15 ต.ค. พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกทม. เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในขณะนี้ว่า จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าพื้นที่ กทม. อยู่ในอันดับที่ 8 ของจังหวัดที่มีการพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาคือในช่วงเดือนต.ค. พบว่าปีนี้มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากปีที่แล้ว
และจากข้อมูลของโรงพยาบาลในสังกัด กทม. และศูนย์บริการสาธารณสุข(ศบส.) พบว่ากลุ่มผู้ป่วยทั่มีจำนวนมาก คือกลุ่มเด็กเล็กและกลุ่มคนวัยทำงาน คาดว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มคนวัยทำงานมากขึ้น อาจเกิดจากปัจจุบันไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยกันตลอดเวลา รวมทั้งมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องปฏิสัมพันธ์กันมากกว่าปีแล้ว ส่วนจำนวนตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอาจมาจากปัจจุบันสามารถตรวจพบได้เอง เนื่องจากมีชุดตรวจสำเร็จรูปจำหน่าย ทำให้ผู้ป่วยรู้ตัวและเข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็ว
สิ่งที่สำคัญ คือเมื่อตรวจพบ ก็จะต้องป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่ระบาดไปยังผู้อื่น จึงแนะนำให้ควรสวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ รับประทานยา รวมถึงการรับวัคซีนป้องกัน โดยเฉพาะ ในกลุ่มเสี่ยงทั้ง 7 กลุ่ม สามารถรับวัคซีนได้ฟรี ที่โรงพยาบาลสังกัดกทม.และศบส. หรือโครงการคาราวานตรวจสุขภาพฟรี 1 ล้านคน ซึ่ง กทม.ได้รับการสนับสนุนวัคซีนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ส่วนผู้ที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงสามารถรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ และโรคอื่น ๆ ได้ที่ BKK Wellness Clinic ในทุกโรงพยาบาลในสังกัด กทม. แต่จะมีค่าใช้จ่าย
รองปลัดกทม. กล่าวเสริมถึงวิธีสังเกตอาการของโรคไข้หวัดใหญ่เบื้องต้น ว่าอาการบ่งชี้จะคล้ายหวัดทั่วไป แต่จะรู้สึกอ่อนเพลีย มีไข้สูงต่อเนื่อง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ส่วนอาการเจ็บคอหรือน้ำมูกจะมีไม่มาก ส่วนสายพันธุ์ที่ระบาดหนักขณะนี้ คือสายพันธุ์ A หากสังเกตอาการเบื้องต้นแล้วพบว่าสอดคล้อง สามารถซื้อชุดตรวจมาตรวจอาการ หรือไปพบแพทย์เพื่อรักษาตามอาการ.



