เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (16 ต.ค. 68) ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถโดยสารปรับอากาศ เฉี่ยวชนกับรถจยย.รับจ้าง มีผู้ได้บาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดบริเวณห้าแยกปากเกร็ด (ขาเข้า) มุ่งหน้าแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึงรีบรุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุอยู่บริเวณ 5 แยกปากเกร็ด (ขาเข้า) พบรถโดยสารปรับอากาศ สาย 150 รามอินทรา-มีนบุรี หมายเลขทะเบียน 16-7695 กทม. สภาพรถบริเวณด้านหน้าฝั่งซ้ายกระจกแตกร้าว มีร่องรอยเฉี่ยวชน ใกล้กันพบจยย.ฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 ไอ สีกรมท่า หมายเลขทะเบียน 1 กข 270 นนทบุรี (ป้ายเหลือง) พังเสียหาย มี นายสิทธิสร พ่อค้าข้าว อายุ 65 ปี คนขับวินจยย.รับจ้าง นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด ได้รับบาดเจ็บกระโหลกศีรษะร้าวจากแรงกระแทก แขนหักทั้ง 2 ข้าง และพบ น.ส.ตุ่นแก้ว พันดวง อายุ 60 ปี ผู้โดยสาร ได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เวลาประมาณ 06.30 น. วันที่ 16 ต.ค. 68 พบว่าฝ่ายรถโดยสารปรับอากาศ ได้ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ก่อนที่จยย.รับจ้างซึ่งมีผู้โดยสารซ้อนท้ายมา กำลังขับขี่มาทางตรงเนื่องจากเลนดังกล่าวเป็นสัญญาณไฟสีเขียว ทำให้รถจยย.รับจ้างพุ่งชนรถโดยสารปรับอากาศอย่างเต็มแรง ทำให้มีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

สอบถาม น.ส.ตุ่นแก้ว พันดวง อายุ 60 ปี ป้าผู้โดยสาร กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุนั่งวินจยย.ไปซื้อของมาถวายพระซึ่งเป็นหลานชาย หลังจากนิมนต์มายังที่บ้านที่เป็นร้านอาหารตามสั่ง เพื่อจะได้เป็นสิริมงคลกับร้าน ปกติจะนั่งจยย.ของลุงไปจ่ายตลาดทุกครั้ง ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ แต่พอมาวันนี้พบว่าฝ่ายรถเมล์วิ่งฝ่าไฟแดงออกมา ทำให้ลุงที่ขี่จยย.มาทางตรงพุ่งชนเข้าเต็ม ๆ ทำให้ตนงปวดศีรษะมีอาการมึน ปวดขา ทางหมอรอดูอาการ อยากฝากถึงคนขับรถเมล์ทำไมไม่รอสัญญาณไฟ ฝ่าไฟแดงแบบนี้อันตรายสงสารลุงคนขับ อยากให้ดำเนินคดีกับคนขับรถเมล์ที่ฝ่าไฟแดงให้ถึงที่สุด

ด้าน น.ส.ดรุกุญช์ แม่ค้าข้าว อายุ 36 ปี ลูกสาวคุณลุงขับวินจยย.รับจ้าง กล่าวว่า พ่อของตนประสบอุบัติเหตุโดนรถเมล์ชนได้รับบาดเจ็บสาหัสเลือดไหลในสมองกระดูกหักที่แขนทั้งสองข้าง กะโหลกศีรษะร้าวปอดช้ำ ตอนนี้ยังไม่รู้สึกตัวหมอ บอกโอกาสรอดชีวิตเพียง 50% ในส่วนของคนผิดให้ประกันเป็นคนรับผิดชอบ บอกว่าให้ผู้ก่อเหตุฟื้นก่อนจะให้ทางบริษัทรับผิดชอบ คนขับยังไม่รับผิดชอบใด ๆ เพียงแค่ให้หัวหน้างานมาขอโทษครอบครัว ตัวผู้ก่อเหตุที่ขับรถฝ่าฝืนไฟแดง

แต่กลับบอกว่าเป็นความผิดพลาดของสัญญาณไฟ เห็นว่าเลขวินาทีของสัญญาณไฟแดงหมดแล้ว เลขที่ไฟแดงเป็นศูนย์ ต้องเป็นไฟเขียวตอนรถออกจากป้ายรถเมล์เหยียบด้วยความเร็วคิดว่าต้องเป็นไฟเขียวทั้งที่ยังเป็นไฟแดงอยู่ แต่ถ้าหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนผิด ก็ต้องรับผิดชอบ พ่อของตนเกษียณจากบริษัทตั้งแต่ปี 2555 ขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาว่า 10 ปี พ่อเป็นคนขับรถช้าและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสาร จะโดนเฉี่ยวชนบ้าง ก็แค่เล็กน้อย ตอนนี้ตนยังทำใจไม่ได้ ต้องรอหมอสรุปอาการอีกครั้งในวันนี้ ที่ห่วงมากที่สุดคือสมองของพ่อกระทบกระเทือนอย่างแรงยังไม่รู้สึกตัวฝากถึงคนขับรถเมล์คุณต้องรับผิดชอบชีวิตคนหลายคนคนควรระมัดระวังในการขับรถสาธารณะให้มีความปลอดภัยมากกว่านี้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุและกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง พร้อมเชิญตัว นายประวิทย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี คนขับรถโดยสารปรับอากาศ ไปสอบปากคำที่สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.