นายวุฒิชัย รัตนสุมาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์  บริษัท เวอร์ซุนิ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Philips อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันแม้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าจะเกิดปัญหาจากแบรนด์จีนที่เข้ามาตัดราคาในตลาดเป็นจำนวนมาก แต่ฟิลิปส์ยังคงยืนหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับกลางถึงบน หรือระดับราคา 2,000 บาทขึ้นไป ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มหม้อทอดไร้น้ำมันประมาณ 30% เนื่องจากผู้บริโภคเชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยและนวัตกรรมที่ลอกเลียนแบบได้ยาก

สำหรับปีนี้จึง เปิดตัว Philips AirFryer SteamFry™ ยกระดับการทำอาหารที่บ้าน ผ่านแนวคิด ‘Beyond Airfrying. Real Cooking.’ สร้างประสบการณ์การทำอาหารที่หลากหลาย เกิดขึ้นเพื่อทลายจุดอ่อนเดิมๆ ของหม้อทอดไร้น้ำมันที่คนมักบ่นว่าทอดแล้วอาหารแห้งแข็งกระด้าง โดยใช้เทคโนโลยี SteamFry™ ผสานระบบไอน้ำควบคุมอัตโนมัติเข้ากับลมร้อนประสิทธิภาพสูง RapidAir Plus ล็อคความชุ่มฉ่ำให้กรอบนอกนุ่มเน้นจับคนเมือง ชาวคอนโดที่มีกำลังซื้อสูง โดยตั้งเป้าหมายมียอดขายกลุ่มเครื่องครัวเติบโตขึ้น 15% 

“ตลาดนี้ยังมีช่องว่างให้เล่นอีกมหาศาล จากปัจจุบันอัตราการครอบครอง หม้อทอดไร้น้ำมันในครัวเรือนไทยยังต่ำกว่า 10% เท่านั้น เมื่อเทียบกับตู้เย็นหรือทีวีที่แทบจะ 100% ประกอบกับอินไซต์คนรุ่นใหม่แต่งงานช้าลง อยู่คอนโดกันมากขึ้น หม้อทอดที่สะดวก รวดเร็ว และไม่ส่งกลิ่นรบกวนเพื่อนบ้านจึงตอบโจทย์ที่สุด”

น.ส.ญาดา แสงธนนิรมิต ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจเครื่องครัว กล่าวว่า กลยุทธ์การทำตลาดครั้งนี้บริษัทได้สร้างประสบการณ์จริง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ล่าสุดจับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ Wongnai สร้าง Food Ecosystem เชื่อมต่อเทคโนโลยีและสูตรอาหารกว่า 1,000 เมนูผ่านแอปพลิเคชัน HomeID

นอกจากนี้ยังเปิดเกมรุกบนโลกดิจิทัลจัดแคมเปญ “Philips AirFryer รสมือแม่ Challenge” บนแพลตฟอร์ม TikTok ตลอดทั้งเดือนกรกฎาคม 2569 นี้ เพื่อชวนผู้บริโภคมาร่วมสนุกและพิสูจน์ว่า หม้อทอดฟิลิปส์เปลี่ยนเมนูที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่ายในทุกๆ วัน สมฐานะผู้นำนวัตกรรมระดับพรีเมียมอย่างแท้จริง