บ้างทำร้ายสมาชิกครอบครัว ก่ออาชญากรรม ทำลายทรัพย์สิน เป็นที่หนักอกหนักใจแต่ไร้ทางออก เพราะการหลุดพ้นจากวงจรมีหลายปัจจัย โดยเฉพาะการร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านหลายพื้นที่ ยังไม่ถูกยื่นมือช่วยจริงจัง

“ทีมข่าวอาชญากรรม” มีโอกาสคุยหมดเปลือกกับ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. คนล่าสุด โดยเฉพาะบทบาทแคมเปญ“ท่านแจ้ง เราจับ” ผ่านสายด่วน 1386 ที่เหมือนจะยิงตรงเป้า“ความรู้สึก”สังคม

พ.ต.ต.สุริยา บอกเล่าสภาพปัญหายาเสพติดในครอบครัว จากประสบการณ์ทำงานมาหลายหน่วยงานและมีโอกาสลงพื้นที่ทั่วประเทศ พบความเดือดร้อนได้มีเพียงผู้ติด-ผู้เสพ แต่รวมถึงสมาชิกครอบครัว ขยายวงถึงชุมชน กลายเป็นที่มาให้ยกระดับสายด่วน ซึ่งจะไม่ทำตามแค่รับเบาะแส แต่จะขยายให้ครอบคลุมทุกข์ร้อนประชาชน

ยกตัวอย่าง คนในครอบครัวติดยาแล้วสมัครใจเข้าบำบัด แต่อยู่ระหว่างหาหน่วยงานรับตัว จุดนี้ยังเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ต้องได้รับการบริการ หรือกรณีครอบครัวมีผู้ติด-ผู้เสพ พฤติกรรมก้าวร้าว เริ่มทำร้าย  มีสภาวะทางจิต จุดนี้เหมือนระเบิดเวลาที่อาจลงมือทำร้ายคนในบ้าน หรือก่อเหตุกับผู้อื่น ชาวบ้านอยากมีหน่วยงานเป็นที่พึ่ง

ตามรายงานการจับกุมของป.ป.ส. เฉพาะข้อหาเสพทั่วประเทศตั้งแต่ปี 64-68  คิดเฉลี่ยปีละ 194,301 คดี มีผู้ต้องหาเฉลี่ยปีละ 198,101 คน ทั้งจำนวนคดีและผู้ต้องหาเสพ คิดเป็น 4 ใน 5 ของข้อหาและจำนวนผู้ต้องหาคดียาเสพติดทั้งหมด             

“ปัจจุบันตำรวจเป็นหน่วยพร้อมเผชิญเหตุ แต่ยังมีช่องว่างเล็กน้อย เช่น  คนเสพมีอาการทางจิต มีสัญญาณบอกเหตุ แต่ยังไม่ได้ก่อเหตุ อย่างการนั่งลับมีดอยู่หน้าบ้าน ถือ แกว่งโชว์อาวุธในบ้านในชุมชน แม้ยังไม่ก่อเหตุ แต่สภาพเช่นนี้ ครอบครัว คนใกล้ชิด ชุมชนก็หวาดระแวง แต่หน่วยราชการไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ เพราะยังไม่ได้ทำอะไรผิด  เป็นกรณีตัวอย่างความทุกข์ร้อนของคนใกล้ตัว”

พ.ต.ต.สุริยา ระบุ  ยังคงมองเรื่อง“ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” แต่ต้องมีพฤติกรรมว่ามีความพร้อมและตั้งใจลด ละ เลิกหรือไม่ เพราะบางรายบอกเป็นผู้เสพแต่พัฒนาเป็นผู้ค้ารายย่อย หรือไต่ระดับเป็นรายใหญ่ แตกต่างจากผู้เสพที่“หลงผิด” เพราะส่วนใหญ่ตั้งใจอยากลด ละ เลิก อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบคือ แม้กฎหมายเปิดโอกาสให้บำบัด แต่ภาวะเป็นผู้เสพไปแล้ว มีน้อยคนตั้งใจเลิกใช้วันนี้เพื่อรับรักษาทันที ยังไม่รวมปัจจัยแวดล้อมที่ไม่เอื้อเต็มที่ หรือการให้บริการของภาครัฐ ทำให้หลายคนรู้สึกว่าไม่ได้รับการตอบสนองที่ดี จึงไม่ไปแล้ว

ดังนั้น ป.ป.ส. จึงเป็นตัวกลาง เช่น มีประชาชนแจ้งความประสงค์บำบัด จะตรวจสอบว่ามี รพ.ใดพร้อมรับ และนัดหมายไปรักษา ทำให้ภารกิจช่วยเหลือผู้เสพสมบูรณ์ขึ้น

สำหรับสถานการณ์ที่ยังคงมียาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนมีความเป็นไปได้สองส่วน ทั้งยังมีคนเสพจึงยังมีคนขาย และมีคนขายจึงมีคนเสพ แต่ไม่ใช่ทุกพื้นที่ เพราะบางจุดคนเสพมีมากกว่าคนขาย จึงพบมีลูกค้าจังหวัดรอยต่อมาซื้อในพื้นที่ แต่ถ้าชุมชน/หมู่บ้านนั้นๆไม่มีผู้เสพ ไม่มีผู้ซื้อจากพื้นที่จังหวัดรอยต่อ ก็จะไม่มีผู้ค้าในพื้นที่

ทั้งนี้ เผยสถิติ “ท่านแจ้ง เราจับ” สายด่วน 1386 นับแต่วันที่ 1 ต.ค.68 ถึงปัจจุบัน รับแจ้งเฉลี่ยวันละ 100 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเบาะแสและพฤติการณ์ครบทุกมิติ ทั้งผู้ค้ารายย่อย รายใหญ่ เครือข่ายลำเลียง สถานที่พักยา ตลอดจนนักเสพคลุ้มคลั่ง การลักขโมยของในบ้านไปซื้อยา

“เข้าใจสภาพสังคม เหตุใดหลายครอบครัวมีเปอร์เซ็นต์จะมีผู้เสพ/ผู้ใช้ เพราะพอบุคคลนั้นติดยาก็ต้องออกจากงาน กลับมาอยู่บ้าน ไม่มีรายได้ ครอบครัวต้องดูแลซึ่งไม่ยั่งยืน พอค่าใช้จ่ายสูงแต่รายได้น้อยลง ความเครียดก็เกิด สุดท้ายก็รื้อหาสมบัติไปขาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับหลายครอบครัวไทย จะมองเป็นเรื่องในครอบครัวไม่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ก็มองได้ แต่สุดท้ายก็วนไปเป็นบ่อเกิดเหตุอาชญากรรม”

ส่วนขั้นตอนพิจารณาเบาะแสสายด่วน แยกเป็น 1.เรื่องเร่งด่วน เช่น เหตุอาละวาดคลุ้มคลั่ง ประสาน 191 หรือตำรวจท้องที่ระงับเหตุ 2.เรื่องที่ต้องสืบสวน จะตรวจสอบเบื้องต้นผู้ถูกร้องว่ามีประวัติเกี่ยวข้องยาเสพติดหรือไม่  

โดยจัดกลุ่มเรื่องร้องเรียนเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม 1 มีตัวตน มีเลขบัตรประชาชน พบประวัติเกี่ยวข้องยาเสพติด กลุ่ม 2 มีตัวตน มีเลขบัตรประชาชน แต่ไม่พบประวัติเกี่ยวข้องยาเสพติด กลุ่ม 3 ทราบแต่ชื่อ ฉายา กลุ่ม 4 ระบุสถานที่ เช่น บ้านเลขที่… มีการมั่วสุม-ค้า กลุ่ม 5 แจ้งพื้นที่ เช่น ภายในซอย… มีการมั่วสุม-ค้า

พร้อมทิ้งท้าย ปัญหาเหล่านี้ ป.ป.ส. จะรับหน้าที่ให้คำแนะนำ ลงพื้นที่ทำความเข้าใจและอาจรับตัวส่งบำบัด เพื่อย่างน้อยก็สามารถแยกคนที่มีอาการออกจากชุมชน เป็นการป้องกันเหตุร้ายระดับหนึ่ง

เปิดสถิติแจ้ง 1386 (1-13 ต.ค.68) มี 1,099 เรื่อง

-พฤติการณ์ค้า 185 เรื่อง

-ค้าและเสพ 547 เรื่อง

-เสพ 254 เรื่อง

-พื้นที่ค้า 59 เรื่อง

-พื้นที่แพร่ระบาด 54  เรื่อง

ดำเนินการแล้ว 38 เรื่อง 

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน