ในช่วง 1-2 สัปดาห์ ที่ผ่านมา ได้มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ 2 “ยักษ์ไอที” ผู้พัฒนาเทคโนโลยีปัญหาประดิษฐ์ หรือ AI ชื่อดังระดับโลกในไทย ซึ่งก็คือ “Google” ผู้พัฒนา “ Gemini” และ OpenAI ผู้พัฒนา “ChatGPT” ซึ่งทั้งสองบริษัทก็มีผู้ใช้งาน AI ของตัวเองอยู่ทั่วโลก
ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวก็คือ ทั้งสองบริษัท ได้ประกาศเปิดตัว แพ็จเกจราคาใหม่ เพื่อให้คนไทยเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น และเป็นการประกาศในเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้ สมารภูมิตลาด AI ในไทยร้อนขึ้นมาทันที
วันนี้คอลัมน์ “ชีวิตติด TECH” จึงมีรายละเอียดความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้มาบอกเล่ากัน เพราะอย่างที่รู้ๆกันว่า AI ทั้งสองค่ายมีเวอร์ชั่นให้ใช้งานได้ฟรี แต่ ของฟรี ก็มีข้อจำกัด ที่ไม่สามารถใช้ฟีเจอร์ได้อย่างเต็มความสามารถของเทคโนโลยี หากอยากใช้ทุกฟีเจอร์ ก็ต้องยอมควักกระเป๋าจ่าย!!

เหตุผลที่สองบริการ AI ยักษ์ใหญ่ได้เปิดตัวแพ็จเกจสมาชิกใหม่ในไทยเป็นที่แรกๆ นั่นก็เพราะไทยเป็นตลาดที่ใหญ่ มีจำนวนผู้ใช้งาน AI เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งไทยก็เป็น 1 ใน 16 ประเทศในภูมิภาคที่ OpenAI เลือกเปิดตัว!!
“นิค เทอเล่ย์” รองประธานและหัวหน้าบริษัท ChatGPT บอกว่า ปัจจุบันผู้คนหลายล้านคนทั่วประเทศไทยกำลังหันมาใช้ ChatGPT เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน จึงได้ประกาศเปิดตัว ChatGPT Go แผนแพ็กเกจสมาชิกตัวใหม่ เพื่อให้ผู้ใช้ในประเทศไทยสามารถเข้าถึงความสามารถขั้นสูงของ ChatGPT ได้ง่ายขึ้น ในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าเดิม เพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์จาก แชทจีพีที
นอกจากนี้ “เจสัน ควอน” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของ OpenAI ที่ได้มาเยือนประเทศไทยเมื่อเดือนที่ผ่านมาก็บอกว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ ChatGPT เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในช่วงปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ใช้งาน รายสัปดาห์มีเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า สะท้อนถึงความสนใจของคนไทยในการนำ เอไอ มาใช้ในชีวิตประจำวัน และด้วยกระแสการใช้ เอไอ ที่ขยายตัวต่อเนื่อง แผน ChatGPT Go จึงสร้างขึ้นเพื่อเข้ามาช่วยให้ผู้ใช้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานเครื่องมือ เอไอ ขั้นสูงได้อย่างสะดวกและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ChatGPT Go ที่ประกาศออกมา ซึ่งสิ่งที่ผู้สมัตร ได้จะเพิ่มขึ้นมาเมื่อเทียบกับการใช้งานแบบฟรี คือ ขีดจำกัด (Limits) การส่งข้อความที่เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าด้วย GPT-5 สร้างภาพ (Image Generation) ได้มากกว่าเดิม 10 เท่าต่อวัน และอัปโหลดไฟล์หรือรูปภาพได้มากกว่าเดิม 10 เท่าต่อวัน ทั้งหมดจะขับเคลื่อนด้วย GPT-5 ซึ่งเป็นโมเดลที่ล้ำสมัยที่สุดของ OpenAI
นอกจากนี้หน่วยความจำที่ยาวนานขึ้น 2 เท่า เพื่อการตอบกลับที่เป็นส่วนตัวและตรงใจยิ่งขึ้น และใช้งานสำหรับชีวิตประจำวันสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแปลภาษา การเรียน การสอน ไปจนถึงการเขียน ฯลฯ
อย่างไรก็ตามเมื่อดูตามแพ็จแกจที่เสียเงินแล้ว ไม่รู้ว่าควรจะเลือกแบบไหนนั้น สามารถแบ่งได้ คือ รุ่น Go สำหรับผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน ที่ต้องการเข้าถึงฟีเจอร์มากขึ้นในราคาย่อมเยา 259 บาทต่อเดือน รุ่น Plus ประสิทธิภาพระดับพรีเมียม ตอบสนองรวดเร็วและสิทธิ์การเข้าถึงแบบ Priority Access ราคา 699 บาทต่อเดือน โดยสามารถใช้โมเดล AI ขั้นสูงและฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การค้นคว้าเชิงลึก (deep research) โหมดตัวแทน (agent mode) และการสร้างวิดีโอด้วย Sora และ รุ่น Pro เป็นเครื่องมือระดับมืออาชีพ ราคา 6,999 บาทต่อเดือน เหมาะสำหรับ มืออาชีพ นักวิจัย หรือองค์กรที่ต้องการขนาดการใช้งานในระดับองค์กร (enterprise-grade scale) การให้เหตุผลระดับมืออาชีพ (pro-level reasoning) และฟีเจอร์ที่ทันสมัยที่สุด

หันมาดูทางฝั่ง “กูเกิล” เจ้าของ Gemini ก็ ประกาศเปิดตัว Google AI Plus ซึ่งเป็นแพ็กเกจใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ในไทยสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้นด้วย AI ของ Google ในราคาที่ประหยัดกว่า!?!
โดยแพ็คเกจ Google AI Plus มีฟีเจอร์ที่ให้เข้าถึงเพิ่มขึ้นจากเวอร์ชั่นฟรี คือ การเข้าถึงโมเดลการสร้างวิดีโอของ Google อย่าง Veo 3 Fast ได้โดยตรงในแอป Gemini รวมถึงสิทธิ์เข้าถึง Whisk และ Flow ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างภาพและภาพยนตร์ด้วย AI อันล้ำสมัย
สำหรับผู้ใช้ทั่วไปและนักวิจัย ให้สิทธิ์เข้าถึง Gemini 2.5 Pro และฟีเจอร์อื่นๆ อีกมากมายใน NotebookLM ช่วยให้ได้รับข้อมูลเชิงลึกและสรุปข้อมูลจากเอกสารของได้เร็วกว่าที่เคย ซึ่งเหมาะสำหรับการทำโครงการวิจัยขนาดใหญ่หรือการเตรียมสอบ นอกจากนี้ยังจะได้รับสิทธิ์เข้าถึง Gemini 2.5 Pro ในแอป Gemini ได้มากขึ้น โดย Gemini 2.5 Pro เป็นโมเดล AI ที่มากความสามารถที่สุด สำหรับการค้นหาข้อมูลที่มีความซับซ้อน พร้อมด้วยพื้นที่เก็บข้อมูลขนาด 200 GB สำหรับจัดเก็บรูปภาพ เอกสาร และการสำรองข้อมูลต่างๆ
และยังได้รับรับความช่วยเหลือจาก Gemini ที่ผสานรวมไว้ในแอปต่างๆ ของ Google ที่ใช้เป็นประจำทุกวัน เช่น Gmail, Google Docs, Google Sheets และอื่นๆ ไม่ว่าจะร่างอีเมลสำคัญ วางแผนโครงการ หรือสร้างไฟล์งานนำเสนอ Gemini ก็จะทำงานได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนี้ยังสามารถแชร์สิทธิประโยชน์ทั้งหมดนี้กับสมาชิกในครอบครัวได้สูงสุดถึง 5 คน ตั้งแต่ Gemini ใน Workspace ไปจนถึงพื้นที่เก็บข้อมูลขนาด 200 GB ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้ได้รับประสบการณ์การใช้งาน AI ของ Google ที่ได้รับการอัปเกรดในแพ็กเกจเดียว แพ็กเกจ Google AI Plus คิดราคา 95 บาทต่อเดือน ใน 6 เดือนแรก จากนั้น ราคา 189 บาทต่อเดือน
ขณะที่ แพ็จเกจมือ Google Al Pro ราคา 750 บาทต่อเดือน (ฟรีเดือนแรก) ได้สิทธิใช้ Gemini 2.5 Pro ได้มากขึ้น 20 เท่า ดารวิจัยเชิงลึก เข้าถึง 2.5 Pro ได้เพิ่มขึ้น 50 เท่า และการเข้าถึง Imagen, Veo 3 และ NotebookLM ที่เพิ่มขึ้น ใช้งาน Gemini ได้โดยตรงบนแอปกูเกิล พร้อม พื้นที่เก็บข้อมูลขนาด 2 TB นอกจากนี้โดย AI Mode ซึ่งการค้นหาด้วย AI ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดก็พร้อมให้บริการในภาษาไทยแล้วด้วย
ถือเป็นศึกแข่งกันทำตลาด AI อัดโปโมชั่นของค่ายยักษ์ ที่ไม่มีใครยอมใคร สมรภูมิจะจบยังไง ผู้ใช้งานอย่างเราคงเป็นผู้ตัดสิน อยากใช้แบบไหนก็เลือกใช้ได้ตามความต้องการได้เลย อยากใช้ฟรีหรือเสียเงิน!!
Cyber Daily



