เรียกได้ว่าปิดฉากได้อย่างสวยงาม และยิ่งใหญ่อลังการเลยทีเดียว สำหรับเวทีประกวดนางงาม “มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2025” เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา โดยตัวแทนสาวไทยอย่าง “กชเบล-ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์” ที่สู้สุดใจอย่างเต็มที่ ทำผลงานด้วยการเข้ารอบลึกไปจับมือกับ “เอ็มม่า แมรี่ ทิกเลา” มินแกรนด์ ฟิลิปปินส์ ก่อนได้ตำแหน่งรองอันดับ 1 ควบรางวัลชุดประจำชาติ และชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยมไปครอง โดยหลังจากจบการแข่งขัน กชเบล ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงการแข่งขันในครั้งด้วย

กชเบล เผยว่า “วันนี้ต้องบอกว่าสนุกมากๆ แล้วก็ตื่นเต้นมากๆ พยายามสะกดจิตตัวเองว่าวันนี้คือหนึ่งอีเวนต์ แต่ก็โกหกตัวเองไม่ได้ว่าค่อนข้างที่จะตื่นเต้น แล้วก็กดดันนิดนึงเหมือนกัน เพราะว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วสำหรับการประกวด พยายามมีสติมากที่สุดแล้วก็อยู่กับตัวเองให้เยอะ สำหรับในเรื่องของการตอบคำถามที่เชื่อว่าคนไทยหลายคนตั้งหน้าตั้งตารอเบล ตอนที่เบลเข้าท็อป 20 คน ดีใจมาก สำหรับโอกาสที่ทีมงานแล้วก็บอส แล้วก็คนไทยทุกคนมองเห็น จนทำให้เบลเข้ารอบท็อป 20 คน จนได้รับรางวัลชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยม อันนี้ดีใจมากๆ เลย แล้วก็รางวัลชุดประจำชาติด้วย อันนี้คือเป็นกำไรมากๆ ดีใจสุดๆ เลย จนมาถึงรอบ 10 คน รอบ 5 คน คือทุกอย่างมันเกินฝัน วันนี้สิ่งที่ยากที่สุดของหนูคือการได้ใจคนไทยทั้งประเทศ คือตั้งแต่ตื่นมาก็มีน้ำตาแทบจะทั้งวัน เพราะว่าเราอยากให้คนไทยทั้งประเทศภูมิใจที่ตัวแทนสายสะพายมาไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วก็ภูมิใจในตัวเอง อยากขอบคุณตัวเองเยอะๆ ที่เชื่อมั่นในความพยายาม ในความดี แล้วก็เชื่อว่าวันหนึ่งกาลเวลาจะพิสูจน์ในผลความพยายามที่เราตั้งใจทำ แล้ววันนี้เบลก็อยากขอบคุณคนไทยทั้งประเทศจริงๆ ที่เคารพและเชื่อมั่น แล้วก็พิมพ์ชมกชเบลเยอะมากๆ ขอบคุณแฟนนางงาม ชาวเน็ตทุกคนเลยที่ทำรีแคปกชเบล ขอบคุณจริงๆ แต่จริงๆ แล้วที่สุดของหนูคือการสร้างตำนาน หนูต้องการมาเพื่อสร้างตำนาน สุดท้ายเราจะเป็นที่หนึ่งหรือไม่ วันนี้หนูเป็นที่หนึ่งในใจทุกคนแล้ว หนูก็รู้สึกภูมิใจมากๆ แล้ว ได้เสิร์ฟตำนานรอบชุดว่ายน้ำ ที่เราได้ชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยมมาแสดงว่าคนไทยมีลีลาในรอบชุดว่ายน้ำดีที่สุด และชุดประจำชาติ แสดงว่าเราแสดงถึงเรายอดเยี่ยม ยังไม่พอ ยังพาสายสะพายไทยแลนด์มาถึงรองอันดับหนึ่ง นี่คือความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของหนูเลย น้ำตาคลอแทบจะทุกโมเมนต์ วันนี้ไม่อยากกอดใครเลยเพราะว่าจะร้องไห้ตลอดเวลา

ถามว่าระหว่างทางท้อบ้างไหม โห กล้าสาบานเลยว่าไม่มี มีวันเดียวที่ท้อคือก่อนเข้ากอง (ยิ้ม) กลัวเหนื่อย (หัวเราะ) เพราะว่าแกรนด์ไทยแลนด์ยอมรับเลยว่าเหนื่อยมาก แต่ก็คือสู้มาก เพราะว่ามันมีทั้งความอดทนที่ต้องใช้สูงมากๆ จริงๆ กับการที่จะได้เป็นตัวแทนประเทศไทย แต่ว่าอย่างแกรนด์อินเตอร์เรากลัวว่าจะเอาเอ็นเนอร์จี้จากไหนมาเสริมเพื่อนๆ แต่พอเข้ามาปุ๊บรู้สึกผิดคาด คือทุกคนแฮปปี้กับสิ่งที่เราเป็นอยู่แล้วจากธรรมชาติที่เราเป็น มันก็เลยทำให้เราไม่รู้สึกเหนื่อยเลย เพื่อนกลับมองว่าเราเป็นคนเอ็นเนอร์จี้เยอะมาก ซึ่งอันนี้มันปกติสำหรับเรา ส่วนความพยายามของหนูที่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายคน ก็พอเห็นมาบ้างสำหรับในโซเชียลโลกออนไลน์ ขอบคุณมากๆ เลย ขอบคุณจริงๆ ไม่รู้จะพูดคำว่าอะไร นอกจากคำว่าขอบคุณ ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าเราอยากจะทำอะไรเพื่อสังคม อยากจะทำให้โลกนี้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น เราเชื่อว่าสิ่งเล็กๆ ตรงนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้เด็กไทยหรือว่าคนไทยกล้าพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น แล้วก็เคารพแล้วก็ภูมิใจด้วยตัวเอง สุดท้ายถ้าเราไม่จมปลักอยู่กับความผิดหวัง หรือว่าคำดูถูกของคน ยังไงเราก็เจริญก้าวหน้าแล้วก็ประสบความสำเร็จในชีวิตแน่นอน อยากให้ทุกคนภูมิใจในตัวเองเยอะๆ แล้วก็ขอบคุณจริงๆ ที่เห็นเบลเป็นตัวอย่างนะคะ ขอบคุณค่ะ คือตอนรับมง พูดได้ไหมเนี่ย อันนี้พูดได้ไหมนะ (ยิ้ม) บอสเดินขึ้นมาแล้วบอสเช็กหน้าหนูก่อนเลย คือเราดีใจมาก ก่อนอื่นคือเราดีใจกับเอ็มม่ามากๆ ที่เพื่อนเราได้ คราวนี้พอบอสเดินขึ้นมาแล้วก็มองหน้า ถามว่าโอเคไหม ภูมิใจไหม พอเนอะ เดี๋ยวหนักเกินไป ทำงานในประเทศนี่แหละ คือเราฟังแล้วเรารู้สึกใจชื้น ก็ยิ่งรู้สึกว่าบอสน่ารักจังเลย ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งไหน เบลเชื่อว่าเขามองได้ขาดอยู่แล้ว แล้วก็เหมาะสม”

กชเบล เผยต่อว่า “ตอนที่ได้ขึ้นมาจับมือ พูดตรงๆ ว่าตอนแรกแทบไม่ได้คาดหวัง แต่วินาทีที่จับมืออยู่แทบไม่คิดเหมือนกันว่าจริงไหม จริงไหม 12 ปีที่รอคอย ปีนี้มันจะเป็นมงแรกของไทย เรากำลังสร้างตำนานประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทย กับมงกุฎมงแรก ไม่อยากให้มงกุฎเราออกนอกประเทศ แต่ว่าสุดท้ายแล้วผลลัพธ์ออกมาว่าเป็นฟิลิปปินส์ เราก็รู้สึกดีใจ แล้วก็ภูมิใจมากๆ แต่รู้สึกว่าทุกอย่างชะตาฟ้าลิขิตมาแล้ว เบลมองว่าเอ็มม่าก็ไม่มีอะไรที่ต้องค้านสายตาเหมือนกัน สำหรับในรอบตอบคำถามหรือว่าแฟนคลับ แล้วก็ผลงานต่างๆ ที่ผ่านมาตลอดการเก็บตัว เบลเชื่อว่ามันก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเอ็มม่าก็สมมง (นี่คือของขวัญพิเศษที่เราจะมอบให้วันเกิดแม่หรือเปล่า?) คิดค่ะ คิดก่อนเข้ากองแล้วว่าวันไฟนอลก่อนวันเกิดคุณแม่หนึ่งวัน ก็อยากได้มงกุฎซักหนึ่งอันไปให้แม่ แล้ววันนี้ก็ได้ คือจริงๆ แม่ก็เป็นที่สุดของหนูในทุกๆ เรื่อง วันนี้ก็ดีใจมากที่แม่มาเชียร์ เราก็รู้สึกว่าพรุ่งนี้วันเกิดแม่ เราอาจจะไม่ได้เจอแม่ วันเกิดคุณแม่เราอาจจะต้องทำงาน อยากให้มงกุฎนี้เป็นของขวัญกับแม่ คือทำเพื่อแม่ทั้งหมด ส่วนเรื่องมองภาพตัวเองหลังจากนี้ยังไง ก็ต้อง ดัง ปัง เปรี้ยง (หัวเราะ) (มีโอกาสเห็นเคมีเอ็มม่ากชเบลไหม?) อันนี้ก็รอให้ผู้ใหญ่เสิร์ฟแล้วกัน ก็ขอบคุณมากๆ ที่เห็นความน่ารักของเอ็มม่าเบล เราก็เป็นพาร์ทเนอร์ เราต้องทำงานด้วยกัน รอดูว่าจะมีผลงานอะไรต่อๆ ไปในอนาคต ขอบคุณแฟนคลับชาวฟิลิปปินส์ด้วย ที่น่ารักแล้วก็ซัพพอร์ต แล้วก็คนไทยด้วย ขอบคุณที่เอ็นดู มันก็เหมือนทำให้พาร์ทเนอร์ของฟิลิปปินส์กับไทยแลนด์ก็ยังยังคงแน่นแฟ้นรักกันเหมือนเดิม

ที่เคยพูดว่าจะเป็นพี่อิงฟ้าสอง ไม่กล้าเทียบว่าตัวเองจะเป็นให้ได้เหมือนพี่ฟ้า แต่แค่รู้สึกว่าพี่ฟ้าคือคนเดียวที่พาสายสะพายไทยแลนด์ไปได้ไกลที่สุด และมีโอกาสถึงมงมากที่สุด เราก็เลยรู้สึกว่าเราอยากจะเป็นเหมือนเขาบ้าง เราอยากจะทำให้ได้เหมือนพี่ฟ้า มันไม่ใช่ความสำเร็จของเรา แต่นี่คือความสำเร็จของคนทั้งประเทศ แล้วก็เราไม่รู้หรอกว่าเราจะดีเท่าพี่ฟ้าไหม จะเก่งเท่าพี่ฟ้าไหม ดีในแบบของเรา เก่งในแบบของเรานี่แหละ เพื่อที่ว่าเราอยากจะมาทำงานในองค์กร แล้วช่วยแบ่งเบางานจากพี่ฟ้า อันนี้พูดจริงๆ จากใจ บางงานพี่ฟ้ารับไม่ไหวแล้ว แล้วก็รู้สึกว่าแบ่งมาให้กชเบลก็ได้ แล้วก็จะได้ช่วยบอสหาเงิน ส่วนเรื่องบนก็ไปบนที่ตำหนักหมื่นมนตราของมี๊เบล เป็นครูส่วนตัวของหนู (บนว่ายังไง?) จังหวะนั้นมี๊เปิดไพ่ให้หนูพอดี เพราะหนูขอเปิดไพ่ แล้วมี๊ก็เปิดมาเป็นถ้วยเงินถ้วยทอง เราก็แอบช็อกตกใจว่า เอ๊ะอะไรก็ได้แล้ว มีถ้วยมาเราก็รู้สึกดีใจแล้ว แล้วมี๊ก็เลยบอกว่า เดินไปหาพระแม่ลักษมี ขอซักรอบหนึ่งที่ชุดคล้ายพระแม่ เพราะว่าท่านกระซิบมา ก็เลยเกิดเป็นชุดรอบพรีลิมด้วย สีด้วยอะไรด้วย เราก็ได้ตัวอย่างมาจากพระแม่ แล้วก็พระแม่บอกว่าถ้าได้มงอย่าลืมมารำแก้บนด้วย ก็ต้องหาวันไปรำแก้บนด้วย แล้วอีกที่หนึ่งก็ที่ฮ่องกงยังไม่ได้แก้เลย ตอนที่ไปบ่นว่าขอให้ได้มิสแกรนด์ไทยแลนด์”

กชเบล เผยทิ้งท้ายว่า “ถ้าว่าอยากบอกอะไรกับกชเบลคนเก่งบ้าง (ปรบมือ) เก่งมาก ผู้หญิงอะไรทำไมเก่งขนาดนี้ จากที่คนไทยแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเชียร์บ้างไม่เชียร์บ้าง หมดหวังบ้าง เตี้ยบ้าง ดำบ้าง ไม่สวยบ้าง หน้าแข็งหน้าเป๊ะ จมูกเป็นแท่ง ทุกอย่าง แต่ต้องบอกตรงๆ ว่ากชเบลไม่เคยโกรธเลย วันนี้ต้องยืนปรบมือให้กับกชเบลนะ ที่เป็นคนที่โลกสวยแล้วก็มองโลกในแง่ดี พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดเขาด้วยการพิสูจน์โดยการกระทำให้เขาเห็น ขอบคุณจริงๆ ที่กล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง เป็นเด็กที่น่ารักมีกาลเทศะ แล้วก็เป็นคนดีมาก หนูเก่งมากกชเบล (ปรบมือ) ภูมิใจในตัวหนูมาก (ทำท่ากอด) ภูมิใจ เด็กคนนี้เติบโตมาอย่างดีเลย แล้วก็มีพี่ๆ สื่อที่น่ารักด้วย ขอบคุณมาก”



