เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 19 ต.ค. ที่ อากาเป้ การ์เด้น เลขที่ 888/8 ซอยพหลโยธิน 54/4 แยก 1 แขวงและเขตสายไหม กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 ของประชาชนซึ่งเป็นผู้พักอาศัยอยู่ภายในซอยพหลโยธิน 56 เกี่ยวกับ (ร่าง) รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และ (ร่าง) มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการ “กาล พหลโยธิน 56 (GAL Phaholyothin 56) ของบริษัท โมเดิร์นกรีน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และมีที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม คือ บริษัท เอ็น. เอส. คอนซัลแทนท์ จำกัด ตามกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งในส่วนของทางโครงการได้มีการกำหนดหัวข้อความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อ (ร่าง) มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ ทั้งช่วงการก่อสร้างและช่วงเปิดดำเนินการ ซึ่งมีการสอบถามตั้งแต่ประเด็นเกี่ยวกับทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ คุณค่าใช้ประโยชน์ของมนุษย์ อาทิ การใช้น้ำ การจัดการน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล การระบายน้ำและการป้องกันน้ำท่วม การจัดการมูลฝอย พลังงานไฟฟ้า การระบายอากาศ การคมนาคมขนส่ง การสื่อสาร การใช้ประโยชน์ที่ดิน นอกจากนี้ ยังมีหัวข้อคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต อย่างเช่นสภาพเศรษฐกิจ สังคม การสาธารณสุข อาชีวอนามัยและความปลอดภัย ทัศนียภาพ การป้องกันอัคคีภัยและความปลอดภัยสาธารณะ การบดบังแสงอาทิตย์ และการเปลี่ยนแปลงของลม

โดย บริษัท เอ็น. เอส. คอนซัลแทนท์ จำกัด ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ของโครงการก่อสร้าง กาล พหลโยธิน 56 (GAL Phaholyothin 56) กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินการจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ประกอบด้วย วันที่ 9-10 ธ.ค.67 ส่งสรุปประชุมฯ ครั้งที่ 1 วันที่ 25 ธ.ค.67-31 ม.ค.68 ดำเนินการเก็บข้อมูลด้านเศรษฐกิจ-สังคม วันที่ 7-15 พ.ค.68 ส่งร่างแนวทางแก้ไขข้อเสนอแนะข้อห่วงกังวลของชุมชน จากการประชุมฯ ครั้งที่ 1 (จากการลงพื้นที่ตัวแทนชุมชนยังมีข้อห่วงกังวลเรื่องการจราจร โดยเฉพาะเรื่องระยะเวลาที่รถดับเพลิง/รถพยาบาล วิ่งเข้า-ออก ในซอยพหลโยธิน 56) วันที่ 10 มิ.ย.68 เชิญเข้าร่วมการสำรวจจราจรในซอยพหลโยธิน 56 และซอยพหลโยธิน 54/4 วันที่ 7 ก.ค.68 เชิญเข้าร่วมรับฟังแนวทางการสำรวจจราจรในซอยพหลโยธิน 56 และซอยพหลโยธิน 54/4 วันที่ 19 ก.ค.68 ประชุมรับฟังแนวทางการสำรวจจราจรในซอยพหลโยธิน 56 และซอยพหลโยธิน 54/4 วันที่ 28-29 ส.ค.68 ส่งแนวทางแก้ไขข้อเสนอแนะ/ข้อห่วงกังวลของชุมชนจากการประชุมฯ ครั้งที่ 1 วันที่ 16 ก.ย.68 ส่งร่างรายงานฯ และเชิญประชุมฯ ครั้งที่ 2

ขณะที่ ตัวแทนลูกบ้านภายในซอยพหลโยธิน 56 ค้านว่า ตนเกิดในพื้นที่เขตสายไหม ได้รับรู้เรื่องร้องเรียนมาพอสมควร ภายหลังทราบว่าจะมีการก่อสร้างโครงการฯ ซึ่งสิ่งที่เราได้พบเห็นจากการก่อสร้างคอนโดฯ บริเวณพื้นที่เขตสายไหม จะเห็นได้ว่าสถานที่จอดรถไม่เคยเพียงพอ โดยเฉพาะกรณีรถวิ่งสวนทาง ฉะนั้น มาตรการที่รถเต็มทาง โครงการฯ จะทำอย่างไร เพราะมีการบอกว่าจะไม่ให้รถจากโครงการฯ อื่นเข้ามาใช้ถนนเส้นนี้ จะควบคุมอย่างไร เพราะถ้ารถมาจอด มันจะทำให้รถในชุมชนด้านหลังที่ทะลุออกคลองได้ ซึ่งเป็นทางลัดของคนในชุมชนที่ใช้สัญจรมาตลอด จะเกิดปัญหา จึงอยากทราบมาตรการทางรถเต็มจะทำอย่างไร เพราะมันต้องเกิดขึ้นแน่นอน

ด้าน บริษัท เอ็น. เอส. คอนซัลแทนท์ จำกัด ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ของโครงการก่อสร้าง กาล พหลโยธิน 56 (GAL Phaholyothin 56) กล่าวว่า กรณีที่ลูกบ้านซอยพหลโยธิน 56 มีข้อเสนอแนะว่าซอยมีเขตทางกว้างเพียงพอ (ตามกฎหมาย) ที่จะสร้างโครงการขนาดใหญ่นี้หรือไม่ มีเอกสารราชการใดใช้อ้างอิง ซึ่งเรื่องนี้ทางโครงการฯ ได้ยื่นหนังสือขอตรวจสอบความกว้างเขตทางของซอยพหลโยธิน 56 กับสำนักงานเขตสายไหม และจากการตรวจสอบก็พบว่า ความกว้างเขตทางของซอยพหลโยธิน 56 เท่ากับ 7.20-11.50 เมตร ดังนั้น การดำเนินโครงการจึงไม่ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนประเด็นข้อกังวลเรื่องจำนวนรถของโครงการที่มีมากกว่าที่จอดรถของโครงการ จะดำเนินการอย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบต่อคนในชุมชนนั้น เนื่องจากสัดส่วนของที่จอดรถของโครงการมีมากกว่าที่จอดรถของโครงการที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ประกอบกับโครงการจัดให้มีรถ Shuttle bus จำนวน 2 คัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พักอาศัยที่ต้องการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า และจัดให้มี รปภ. คอยสอดส่องดูแลไม่ให้ผู้พักอาศัยนำรถไปจอดภายนอกโครงการ ดังนั้น จึงคาดว่าจะไม่เพิ่มระดับของผลกระทบด้านการจราจรที่เกิดขึ้นในชุมชน อีกทั้งโครงการมีการปรับลดจำนวนห้องจากเดิม 343 ห้อง เหลือเป็น 263 ห้อง ทั้งนี้ จากการเปรียบเทียบจำนวนที่จอดรถของโครงการใกล้เคียงพบว่ามีสัดส่วนของที่จอดรถที่จัดไว้มากที่สุดเท่ากับ 34.38% โครงการจัดที่จอดรถรวม 145 คัน หรือคิดเป็น 55%

บริษัท เอ็น. เอส. คอนซัลแทนท์ จำกัด ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ของโครงการก่อสร้าง กาล พหลโยธิน 56 (GAL Phaholyothin 56) กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาการจราจรในชุมชนมากขึ้น โดยเฉพาะมีผู้พักอาศัยนำรถมาจอดบนถนนสาธารณะจนเป็นเหตุให้รถพยาบาลเข้าถึงผู้ป่วยล่าช้า หรือเข้าถึงไม่ได้ เป็นเหตุให้สูญเสียนั้น เรื่องนี้โครงการจะกำหนดมาตรการประชาสัมพันธ์ให้แก่ผู้พักอาศัยทราบถึงกฎและข้อบังคับในการจอดรถภายในโครงการ ตั้งแต่วันเข้าจองจนถึงวันเข้าพัก จึงจะจัดให้มีสติกเกอร์รถยนต์ของผู้พักอาศัยของโครงการเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบของ รปภ.และห้ามผู้พักอาศัยของโครงการนำรถไปจอดภายนอกโครงการบริเวณซอยพหลโยธิน 56 อย่างเด็ดขาด จึงคาดว่าจะไม่เพิ่มระดับของผลกระทบด้านการจราจรที่เกิดขึ้นในชุมชน ทั้งนี้ โครงการได้ยกเลิกการจัดให้มีจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และจะไม่มีการขยายสายไฟแรงสูงเข้าสู่โครงการ จึงทำให้ไม่มีผลกระทบด้านการปลอดภัยจากจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ากับชุมชนแน่นอน

เมื่อตัวแทนลูกบ้านภายในซอยพหลโยธิน 56 ถามค้านว่า หากเกิดการก่อสร้างแล้วใช้เสียงเกินที่กฎหมายกำหนด หรือก่อสร้างล่วงเวลา ประชาชน/ลูกบ้านทำอย่างไรได้บ้าง แจ้งใครได้บ้าง หรือหัวหน้าควบคุมงานก่อสร้างสามารถยุติการก่อสร้างล่วงเวลาได้หรือไม่ ซึ่งตัวแทนโครงการฯ ชี้แจงว่า เราต้องทำงานตามเวลา และมันไม่ใช่โครงการในเมืองที่จะต้องเร่งดำเนินการเช่นนั้น เพราะแผนงานการดำเนินการ เราได้กำหนดไว้ไม่ให้เกินเวลา 17.00-18.00 น. มันไม่มีความจำเป็นจะต้องทำงานถึงเวลา 20.00 น. อีกทั้งข้อเสียการทำงานล่วงเวลาของผู้รับเหมา ก็ต้องมาจ่ายค่าโอทีคนงาน และยืนยันว่าโครงการไม่ได้เร่งรัดขนาดต้องทำล่วงเวลา หรือถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว ก่อสร้างล่วงเวลาแล้วส่งเสียงดัง จนเป็นความไม่สบายใจของผู้คนในชุมชน ก็สามารถแจ้งร้องเรียนไปยังสำนักงานเขตได้ เพราะเขตจะมีมาตรการดำเนินการตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม ลูกบ้านภายในซอยพหลโยธิน 56 ยังคงไม่พึงพอใจกับการชี้แจงแนวทางแก้ไขของโครงการฯ ถึงมลพิษทางเสียงและฝุ่นที่อาจจะเกิดจากการก่อสร้าง เพราะต้องการรู้ความรับผิดชอบจากโครงการที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าให้เกิดเหตุการณ์ก่อนแล้วค่อยหามาตรการมาดำเนินการ ไม่ใช่พูดย้ำว่าจะไม่เกิด เพราะโครงการไม่สามารถรู้ล่วงหน้าและยับยั้งได้ 100%

ตัวแทนลูกบ้านภายในซอยพหลโยธิน 56 ยังค้านถึงเรื่องการรองรับน้ำเสียของโครงการฯ พร้อมย้ำว่า ตนต้องการให้เป็นชุมชน สงบ ร่มรื่น ปลอดภัย ไม่ต้องการให้มีการก่อสร้างโครงการฯ ขอให้หยุดความคิดจะก่อสร้าง แล้วปรับไปทำโครงการอื่นแทน และกรณีที่โครงการฯ แจ้งว่าจะปรับลดห้องเหลือ 263 ห้อง โครงการฯ สามารถสร้างที่จอดรถให้เพียงพอกับทุกห้องได้หรือไม่ เพราะแค่โครงการฯ รอบข้างก็เพิ่มจำนวนรถยนต์ในซอยมากแล้ว ไม่นับรวมของเสีย ไขมันอุดตันในท่อระบายน้ำ ที่จะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนพื้นผิวจราจร ซึ่งโครงการฯ ได้ชี้แจงว่า โครงการจะจัดให้มีรางระบายน้ำชั่วคราว เป็นรางระบายน้ำสำเร็จรูปรอบโครงการ พร้อมบ่อดักตะกอน ดักขยะ เพื่อดักตะกอนก่อนระบายน้ำออกสู่ท่อระบายน้ำด้านหน้าโครงการ ซึ่งผลการประเมินเบื้องต้น การออกแบบระบายน้ำในช่วงก่อสร้างจะส่งผลกระทบด้านการระบายน้ำต่อชุมชนในระดับต่ำ

ตัวแทนลูกบ้านภายในซอยพหลโยธิน 56 ยังย้ำว่า ในรายงานแนวทางแก้ไข มาตรการป้องกันที่โครงการฯ นำเสนอวันนี้ เราต้องการข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์ เป็นวิศวกรรม อย่าเพียงประเมินด้วยการคาดว่า… เพราะคุณแค่ต้องการการผ่านประเมินแล้วก็สร้างโครงการให้แล้วเสร็จ แล้วก็ไป แต่ชาวบ้านจะต้องอยู่ไปตลอดชีวิต มันแตกต่างกัน และขอให้โครงการฯ กลับไปทบทวนในทุกข้อห่วงกังวลและข้อเสนอแนะของชาวบ้านด้วย.