นพ.ฆนัท ครุธกูล อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและเมตาบอลิซึม เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ภาชนะบรรจุอาหารจำนวนมาก เช่น กล่อง ถุง หรือกระดาษห่ออาหาร มักมีสีสันสดใสและลวดลายพิมพ์ เพื่อดึงดูดลูกค้า บางร้านยังนิยมเขียนชื่อผู้สั่งด้วยปากกาเมจิกบนถุงหรือกล่อง เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการจัดส่ง ซึ่งแม้ดูเหมือนไม่มีอันตราย แต่หากหมึกพิมพ์หรือหมึกปากกาไม่เหมาะสมสำหรับการสัมผัสอาหารโดยตรง ก็อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของสารเคมีอันตรายที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้
นพ.ฆนัท กล่าวว่า งานวิจัยหลายฉบับในยุโรปและระดับสากล (ปี 2024–2025) พบว่า หมึกพิมพ์และกาวในบรรจุภัณฑ์อาหารบางชนิดมีสารในกลุ่ม Bisphenol A (BPA), benzophenones และ phthalates ซึ่งจัดเป็นสารรบกวนฮอร์โมน (Endocrine Disruptors – EDCs) ตัวอย่างเช่น งานศึกษาของ Vrije Universiteit Brussel และ University of Antwerp (2025) ตรวจพบสารเคมีจากหมึกพิมพ์และกาวกว่า 100 ชนิดในอาหารหลายประเภท
ขณะที่รายงานใน Nature Reviews Endocrinology (2024) ระบุว่า สารเหล่านี้สามารถรบกวนการทำงานของฮอร์โมนเอสโตรเจน และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมหากได้รับซ้ำเป็นเวลานาน เมื่ออาหารมีความร้อนหรือมีความมัน สารเคมีจากหมึกสามารถซึมเข้าสู่อาหารได้ง่าย และสะสมในร่างกายหากบริโภคเป็นประจำ
“ตัวอย่างใกล้ตัวที่ควรระวัง เช่น
• ถุงร้อนใส่โจ๊กหรืออาหารตามสั่งที่เขียนชื่อด้วยปากกาเมจิก
• ถุงกระดาษห่อของทอดที่พิมพ์ลายหรือโลโก้ร้าน
• กล่องกระดาษพิมพ์ลายด้านในที่สัมผัสอาหารโดยตรง
• แก้วหรือกล่องพลาสติกพิมพ์ลายที่ใส่อาหารร้อน

สำหรับหมึกพิมพ์ที่มีการอ้างว่า “ทำจากถั่วเหลือง (Soy Ink)” แม้จะใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและลดการปล่อยสารระเหย (VOC) แต่ ไม่ได้ปลอดภัย 100% เพราะยังมีตัวทำละลาย เรซิน และโลหะหนักในเม็ดสี ซึ่งอาจปนเปื้อนสู่อาหารได้ หากหมึกนั้น ไม่ได้รับรองว่าเป็น Food-Grade Ink ตามมาตรฐานของ EU หรือ US FDA
เพื่อความปลอดภัย ควร
• หลีกเลี่ยงการอุ่นอาหารในถุงหรือกล่องที่มีลวดลายพิมพ์ด้านใน
• ไม่ใช้ปากกาเมจิกเขียนบนถุงหรือกล่องที่สัมผัสอาหารโดยตรง
• เลือกภาชนะที่ระบุว่า “Food-Grade” หรือเหมาะสำหรับไมโครเวฟ
• ใช้กระดาษห่ออาหารที่ไม่พิมพ์ลายหรือไม่เคลือบสี
“หมึกพิมพ์และสีบนภาชนะบรรจุอาหาร แม้มีสารเคมีเพียงเล็กน้อย แต่หากได้รับซ้ำ ๆ โดยเฉพาะจากอาหารร้อนหรือมันเยิ้ม สารเหล่านี้อาจสะสมในร่างกาย และเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมในระยะยาวได้”



