สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ ซึ่งถูกกองกำลังรัสเซียยึดครองตั้งแต่เดือน มี.ค. 2565 ขาดการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าเป็นครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา นับเป็นการขาดแคลนไฟฟ้าจากภายนอกที่ยาวนานที่สุด นับตั้งแต่รัสเซียปฏิบัติการทางทหารในยูเครน
นายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการไอเออีเอ กล่าวในโพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า การซ่อมแซมสายไฟฟ้านอกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เริ่มต้นขึ้นหลังการจัดตั้งเขตหยุดยิงในพื้นที่ เพื่อช่วยให้งานสามารถดำเนินต่อไปได้
Work has begun to repair damaged off-site power lines to ZNPP after 4-week outage, following establishment of local ceasefire zones to allow work to proceed, DG @rafaelmgrossi said. Restoration of off-site power is crucial for nuclear safety and security. Both sides engaged… pic.twitter.com/7WAnXUVNmZ
— IAEA – International Atomic Energy Agency ⚛️ (@iaeaorg) October 18, 2025
“ยูเครนและรัสเซีย ทำงานร่วมกับไอเออีเอ เพื่อให้แผนการซ่อมแซมที่ซับซ้อนดำเนินต่อไปได้ ซึ่งการฟื้นฟูสายไฟฟ้านอกพื้นที่ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยและความมั่นคงทางนิวเคลียร์” ไอเออีเอ ระบุเสริม
นอกจากนี้ ไอเออีเอยังระบุในเวลาต่อมาว่า หน่วยงานคาดว่าการซ่อมแซมสายไฟฟ้าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ โดยก่อนหน้านี้ ไอเออีเอเคยระบุว่าจำเป็นต้องมีการซ่อมแซมที่แนวหน้าการสู้รบของทั้งสองประเทศ ซึ่งอยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าหลายกิโลเมตร
นับตั้งแต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซีย ประสบปัญหาไฟฟ้าดับ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปแห่งนี้ ก็ได้รับพลังงานจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลสำรอง ซึ่งไอเออีเอระบุว่า สถานการณ์ของโรงไฟฟ้ายังคงปลอดภัย โดยเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ได้รับการระบายความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ.
เครดิตภาพ : AFP



