รายงานข่าว จาก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า  สำนักงาน กสทช. ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเฉพาะกลุ่ม (โฟกัส กรุ๊ป) เพื่อจัดทำ  “แผนงาน” หรือ โรดแม็พ ” สำหรับกิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทยในระยะ 5 ปีข้างหน้า   เพื่อเตรียมพร้อมก่อนใบอนุญาตโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลจะสิ้นอายุในปี 72 หรือ อีก 4 ปีข้างหน้า และได้ปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2569 – 2573) แล้วเมื่อวันที่ 20 ต.ค.และเตรียมจัดประชาพิจารณ์เร็วๆนี้

สำหรับ  โรดแม็พ ทีวีดิจิทัลยุคใหม่นั้น ทาง สำนักงาน กสทช. ได้ วาง 3 เป้าหมายหลัก  ใน 3 มิติ คือ ด้านเทคโนโลยี  เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการคลื่นความถี่อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันสู่การรับชมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์  ด้านเศรษฐกิจ ส่งเสริมการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ใช้ทรัพยากรคลื่นให้เกิดมูลค่าสูงสุด และลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ และ ด้านสังคม เน้นย้ำบทบาทโทรทัศน์ในฐานะ พื้นที่สาธารณะ เพื่อการสื่อสารและข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพ สร้างความน่าเชื่อถือและเข้าถึงได้ของประชาชน

แหล่งข่าวจาก สำนักงาน กสทช. กล่าวต่อว่า  ภายใต้ร่างแผนเบื้องต้น จะมี  2 แนวทางใบอนุญาตใหม่ คือ   แนวทางแรก จะมี ช่องบริการสาธารณะ 7 ช่อง และช่องธุรกิจ 7 ช่อง รวม 14 ช่องรายการ ส่วน แนวทางที่สอง จะมีช่องบริการสาธารณะ 7 ช่อง และช่องธุรกิจ 10 ช่อง รวม 17 ช่อง ซึ่งเป็นแนวทางที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด นอกจากนี้ ในการออกใบอยุญาต ทางกสทช. เสนอ 2 รูปแบบการออกใบอนุญาตใหม่ คือ 1. การประมูลตามกฎหมายเดิม โดยปรับราคาตั้งต้นให้เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มอุตสาหกรรม และ 2. แนวทางใหม่ ต้องปรับแก้กฎหมาย เพื่อแยกบทบาท “ผู้ให้บริการโครงข่าย (Network Provider)” ออกจาก “ผู้ให้บริการเนื้อหา (Service Provider)” โดยให้ผู้ถือครองโครงข่ายเป็นผู้ขอรับใบอนุญาตใช้คลื่นแทนผู้ผลิตเนื้อหา เพื่อช่วยลดต้นทุน เปิดทางผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ตลาด และสร้างโอกาสให้เกิดการแข่งขันเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น

สำหรับในส่วนของ หลักการ “มัสต์-แครี่”  และการเรียงช่อง นั้น กสทช.เปิด 3 ทางเลือกคือ ยกเลิก คงไว้ หรือปรับปรุงให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้ชมยุคดิจิทัล ขณะที่ อายุใบอนุญาต มีทางเลือกทั้งคงไว้ที่ 15 ปี หรือปรับลดเหลือ 7–10 ปี เพื่อให้ยืดหยุ่นต่อเทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านทางสื่อในอนาคต