หากพูดถึงหนึ่งในนโยบายการปราบปรามสแกมเมอร์ระดับนานาชาติ หนึ่งในประเทศที่ออกมาเคลื่อนไหวมากที่สุดที่หนึ่ง คงหนีไม่พ้นชื่อของ “เกาหลีใต้” ที่ล่าสุดได้ส่งคณะผู้แทนฉุกเฉินระดับสูง ไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อจัดการกับวิกฤติการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (สแกมเมอร์) ที่พุ่งเป้าโจมตีพลเมืองเกาหลีใต้ พร้อมกันนั้นยังได้เปิดตัว “คิม จิน-อา” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คนที่ 2 ในฐานะบุคคลสำคัญระดับชาติ การตัดสินใจเลือกผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระดับสูงเช่นเธอมานำการเจรจา สะท้อนว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ได้ยกระดับปัญหานี้เป็นภัยคุกคามความมั่นคงแห่งชาติ แล้ว
-คณะทำงานพิเศษเกาหลีใต้ถึงกัมพูชา เร่งคลี่คลายวิกฤติพลเมืองถูกหลอก

ประวัติ “คิม จิน-อา” จากภูมิหลังที่ไม่ใช่สายงานการทูตดั้งเดิม

คิม จิน-อา (Kim Jina) ซึ่งเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คนที่ 2 ในเดือนมิถุนายน 2568 มีประวัติและภูมิหลังที่น่าสนใจ โดยเธอไม่ได้เติบโตมาจากสายงานการทูตแบบดั้งเดิม แต่เป็น นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ที่มีประสบการณ์กว้างขวางในประเด็นที่ถือว่าเป็น “ความมั่นคงเชิงแข็ง” (Hard Security)

สำหรับประวัติของเธอนั้น เกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2522 (อายุ 46 ปี) จบการศึกษาปริญญาเอก สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จาก The Fletcher School, Tufts University (สหรัฐอเมริกา)

ความเชี่ยวชาญหลักของเธอคือด้านความมั่นคงเชิงแข็ง, นโยบายคาบสมุทรเกาหลี, การไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์, ความสัมพันธ์สหรัฐ-เกาหลีเหนือ

ประสบการณ์เด่น
-หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์กองทัพเกาหลีเหนือ ที่สถาบันวิเคราะห์กลาโหมเกาหลี (KIDA)
-ศาสตราจารย์ ที่มหาวิทยาลัยฮันกุก (HUFS) และวิทยาลัยการศึกษานานาชาติยอนเซ
-ที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานความมั่นคงระดับสูง เช่น กระทรวงกลาโหม และสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ

การส่งผู้เชี่ยวชาญที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องภัยคุกคามนิวเคลียร์และยุทธศาสตร์ทางทหารมาจัดการกับปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพลเมืองในต่างแดนเทียบเท่ากับประเด็นความมั่นคงระดับสูง

ยุทธศาสตร์การทูตแบบ “ไม้แข็งและไม้อ่อน”

ในการเจรจากับฝ่ายกัมพูชา คิม จิน-อา ใช้ยุทธศาสตร์การทูตที่ผสมผสาน เพื่อให้บรรลุผลในการปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์ โดยได้ข้อตกลงความร่วมมือ 3 ประการคือ การจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจร่วม, การขึ้นบัญชีดำอาชญากร, และการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้

ไม้แข็ง (มาตรการกดดัน) รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศห้ามเดินทางในระดับสูงสุดไปยังพื้นที่เสี่ยง 3 แห่งในกัมพูชาทันที ได้แก่ ปอยเปต, บาเว็ต และภูเขาโบกอร์ ซึ่งเป็นการกดดันทางการทูต แม้จะมีความกังวลว่าจะกระทบต่อการลงทุน

ไม้อ่อน (ข้อเสนอความร่วมมือ) ในขณะเดียวกัน คิม จิน-อา ก็เสนอความช่วยเหลือ โดยเกาหลีใต้จะ “สำรวจโครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเพื่อสนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพด้านความมั่นคงสาธารณะของกัมพูชา” เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กัมพูชาร่วมมืออย่างจริงจัง

ผลกระทบที่ตามมา

ผลจากการเจรจา ทำให้มีการส่งตัวชาวเกาหลีใต้ 59 คน ที่เกี่ยวข้องกับคอมพาวด์สแกมในกัมพูชากลับประเทศ แต่ทั้งหมดถูกจับกุมทันทีที่สนามบินอินชอน การจับกุมดังกล่าวชี้ให้เห็นถึง “ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก” ที่ซับซ้อนในการแยกระหว่าง “เหยื่อที่ถูกบังคับ” และ “ผู้เข้าร่วมโดยสมัครใจ” ซึ่งเป็นภาระทางตุลาการของเกาหลีใต้ในการสืบสวนต่อไป..