ขอเจริญพรญาติโยมสาธุชนทั้งหลาย มาพบกับพระมหาขวัญชัย อคคฺชโย สัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์พิเศษเพื่อขอขอบใจท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านบทความ ธรรมะรักษาใจสมุนไพรรักษากาย มาจนถึงตอนที่ 10 รางวัลของผู้ติดตามตัวยงคือขนม
ไหนใครชอบลูกอมแสนอร่อยบ้างยกมือขึ้น (อาตมาขอยกคนแรกเลย) จะไม่ได้แจกลูกอมสำเร็จรูปไป แต่จะให้เป็นสูตรของหลวงปู่วัดคีรีวงก์ เพราะอาตมาต้องการสอนให้ทุกท่านเป็นหมอที่ดีที่สุดของตัวเอง ลูกอมสูตรนี้มีสรรพคุณแก้ไอ ขับเสมหะ แก้เสียงหายเสียงแห้ง และบรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ ทำกินเองก็ได้แจกคนรอบข้างก็ดี แถมยังทำขายเป็นอาชีพเสริมได้อีกทาง ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย

สูตรลูกอมแก้ไอ ขับเสมหะ ตำรับหลวงปู่วัดคีรีวงก์ มีส่วนประกอบหาได้ไม่ยาก เดินเข้าไปในครัวได้เลย ให้นำเนื้อมะขามเปียก 45 กรัม ผงมะขามป้อม 45 กรัม และน้ำตาลทรายแดง 45 กรัม วิธีทำก็แสนง่าย ยกหม้อหรือกระทะสเตนเลสขึ้นเตา ใส่ส่วนผสมทั้ง 3 อย่างลงไปตั้งไฟอ่อน กวนให้เข้ากันไปเรื่อย ๆ จนเหนียวเป็นตังเมเนื้อยาร่อนออกจากผิวกระทะเป็นอันใช้ได้ จากนั้นนำเนื้อยาที่กวนได้ออกมาแผ่ในถาดที่รองด้วยกระดาษไขจนอุณหภูมิลดลง แล้วแบ่งมาปั้นเป็นก้อนขนาดเล็กเท่าเม็ดพุทรา ห่อด้วยกระดาษแก้วหลากสี ก่อนเก็บในโถแก้วดูน่ารับประทาน เวลารับประทานให้แกะมาอมวันละ 2 ครั้ง ๆ ละ 1 เม็ดเวลาเช้า-เย็น หรือเมื่อมีอาการ

เมื่อรู้สูตรแล้วต้องรู้สรรพคุณยาในทางการแพทย์แผนไทยด้วยว่า เหตุใดลูกอมขนานนี้จึงใช้บรรเทาอาการไอและขับเสมหะได้ชะงัดถึงจะเป็นหมอที่ดีสมบูรณ์แบบของตัวเอง ลูกอมตำรับของหลวงปู่วัดคีรีวงก์สูตรนี้มีรสเปรี้ยว หวาน ฝาด ในคัมภีร์แพทย์แผนไทยจารึกว่า รสเปรี้ยว มีสรรพคุณกัดเสมหะที่ข้นเหนียว รสหวานทำให้เสมหะเฟื่อง คือมีความเป็นน้ำเพิ่มมากขึ้น และรสฝาดนั้นสมานรักษาเนื้อเยื่อ แก้กระหายน้ำ และปิดธาตุไม่ให้ธาตุเสมหะกำเริบจนเกินไป ดังนั้นลูกอมสูตรนี้จึงมีฤทธิ์ยาดีตามชื่อที่แจ้งไว้

หากผู้อ่านพินิจพิจารณาให้ดี จะพบว่าการตั้งยาของคนโบราณช่างมีความเชี่ยวชาญ แยบคายละเอียดอ่อน ไม่ใช่ว่าหาสมุนไพรอะไรมาได้ก็จับโยนลงไปผสมกัน ต้องมีการตั้งยาหลัก ตามด้วยยารอง และยาประกอบ เพื่อเสริมฤทธิ์หรือต้านฤทธิ์กัน ทำให้ยาสมุนไพรไทยมีประสิทธิภาพในการรักษาที่แม่นยำ มุ่งเป้ารักษาตรงจุดตรงโรคพร้อมรักษาธาตุให้บริบูรณ์ในขณะเดียวกัน

บรรพบุรุษของไทยแต่โบราณท่านปรีชาและมีความละเอียดอ่อน ในการตรวจ วินิจฉัย ตั้งยา และจ่ายยาผู้ไข้ เป็น “ภิสกุต-ตมแพทย์” คือแพทย์ที่ประกอบด้วยคุณลักษณะ 4 ประการ อันได้แก่ ได้เรียนรู้ชำนาฐในคัมภีร์แพทย์มามาก มีปัญญาฉลาดรู้ชัดเจนในคณะโรค ได้เคยรักษาด้วยยาที่เคยใช้มาแต่โบราณ และไม่โลภในอามิส มีจิตเมตตากรุณาแก่สัตว์ ถ่ายทอดส่งต่อภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่ามาถึงรุ่นลูกหลานของท่าน เพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพของเราทุกคน ขอให้ทุกท่านจงภาคภูมิใจในภูมิปัญญาแห่งชาติ และร่วมกันอนุรักษ์สืบสานการใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพสืบไป …..เจริญพร
บทความโดย : พระมหาขวัญชัย อคคฺชโย เจ้าอาวาสวัดคีรีวงก์ (วัดน้ำตก)
ศูนย์เรียนรู้สมุนไพรแพทย์แผนไทย-หมอพื้นบ้าน (หมอพร) อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร



