สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศโคลอมเบียออกแถลงการณ์ ว่านายดาเนียล การ์เซีย เอกอัครราชทูตโคลอมเบียประจำกรุงวอชิงตัน เดินทางกลับมายังกรุงโบโกตาแล้ว เพื่อเข้ารับการปรึกษาหารือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลโคลอมเบีย
ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของโคลอมเบียเกิดขึ้นหนึ่งวัน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประการยุติการมอบความสนับสนุนทางการเงินให้แก่รัฐบาลโบโกตา เนื่องจาก “ไม่ได้ดำเนินการใดให้เป็นรูปธรรม” เพื่อปราบปรามการผลิตโคเคนภายในประเทศ และเรียกประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ผู้นำโคลอมเบีย ว่าเป็น “หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดผิดกฎหมาย” สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับรัฐบาลโบโกตา
Colombian dollar bonds fell across the curve on Monday, denting their recent rally, after US President Donald Trump accused his counterpart Gustavo Petro of being an “illegal drug leader,” triggering fears of economic retaliation https://t.co/rqrijDk8bh
— Bloomberg (@business) October 20, 2025
ทั้งนี้ โคลอมเบียเป็นประเทศในอเมริกาใต้ที่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากสหรัฐมากที่สุด โดยอยู่ที่ 740 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 24,109.20 ล้านบาท ) เมื่อปี 2566
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา สหรัฐเพิกถอนสถานะการเป็นพันธมิตรในการต่อสู้กับยาเสพติดของโคลอมเบีย ซึ่งโคลอมเบียตอบโต้ด้วยการระงับการซื้ออาวุธจากสหรัฐ ต่อมา สหรัฐเพิกถอนวีซ่าของเปโตร จากการกล่าวปราศรัยในการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ที่นครนิวยอร์ก นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ)
นอกจากนั้น ทั้งสองประเทศยังขัดแย้งกันมากขึ้น ในประเด็นที่กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีเรือหลายลำในทะเลแคริบเบียน โดยอ้างว่า เป็นเรือลำเลียงยาเสพติดของอาชญากร ซึ่งนับตั้งแต่เดือน ส.ค. ที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐโจมตีเรือไปแล้ว 7 ลำ และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 คน ด้านเปโตรกล่าวว่า มีชาวโคลอมเบียรวมอยู่ในผู้เสียชีวิตด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีเรือลำหนึ่ง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติ หรือ อีแอลเอ็น ซึ่งเป็นหนึ่งในกองโจรฝ่ายซ้ายขนาดใหญ่ของโคลอมเบีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย.
เครดิตภาพ : AFP



