เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ร.ต.ท.ภานุวัฒน์ อ้นอินทร์ รอง สว.(สอบสวน)สภ.ภาชี ได้รับแจ้งเกิดเหตุมีชายคุ้มคลั่งทำร้ายคนในบ้าน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย ภายในบ้านหลังหนึ่ง ม.2 ต.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุวิชา ชั้นงาม ผกก.สภ.ภาชี พ.ต.อ.พีรพัสส์ ชูช่วย ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ชุดสืบสวน ตำรวจพิสูจน์หลักฐานพระนครศรีอยุธยา และสมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา
ที่เกิดเหตุภายในบ้านพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลภาชี ทราบชื่อ นางลำใย (สงวนสนามสกุล) อายุ 77 ปี ป้าผู้ก่อเหตุ ถูกไขควงแทงชายโครงขวาและหน้าอก 2 แผล เย็บรวม 4 เข็ม น.ส.จารุณี (สงวนสนามสกุล) อายุ 46 ปี ญาติผู้ก่อเหตุ ถูกยิงเข้าชายโครงขวา 1 นัด ส่งต่อโรงพยาบาลราชธานีผ่าตัดนำกระสุนออก เด็กชาย อายุ 14 ปี มีบาดแผลถูกไขควงแทงต้นขาซ้ายและแขนขวา เย็บ 3 เข็ม และเด็กชาย อายุ 7 ปี ถูกไขควงแทงที่หน้าท้องแต่แผลไม่ลึก ทั้งสองคนเป็นลูกชาย น.ส.จารุณี
ส่วนผู้ก่อเหตุ คือ นายนพดล หรือ “ช้าง” (สงวนสนามสกุล) อายุ 47 ปี เป็นญาติกันผู้บาดเจ็บที่บ้านพักอยู่ในรั้วเดียวกัน หลังก่อเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์ของญาติหลบหนีไป พร้อมกับอาวุธปืน เจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายกำลังตามเส้นทางที่หลบหนี วิทุยแจ้งสกัดจับกุม ในพื้นที่ใกล้เคียงยังไม่พบตัว
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบข้าวของกระจัดกระจาย ไขควงเปื้อนเลือดตกอยู่ 1 อัน กระสุนปืนและปลอกกระสุนปืน .45 ตกอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ภายในห้องพักของผู้ก่อเหตุของผู้ก่อเหตุ พบกระดาษหลายแผ่น เขียนข้อความด้วยลายมือ บรรยายข้อความถึงการทำร้ายเด็กด้วยวิธีการต่างๆ พร้อมกับมีการเขียนแผนที่เส้นทางๆต่าง เอาไว้จำนวนหลายแผ่น คล้ายอาการหลอนยา เช่น “น้ำมันหัวเด็กไฟ จุดกลายเป็นคนไฟลุก 4-7 คน” และมีการพาดพิงชื่อโรงเรียนในพื้นที่ รวมถึงข้อความเกี่ยวกับการทำร้ายเด็ก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้ตรวจสอบ
นางลำใย ป้าของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่ในบ้านกับหลานชายสองคน ลูกสาว ซึ่งเพิ่งจะเลิกงาน ต้องเดินผ่านห้องพักของ นายช้าง คนก่อเหตุ จังหวะนั้น นายช้าง คนก่อเหตุเดินตามหลังลูกสาวมา แล้วใช้อาวุธปืนยิงลูกสาว ร้องขอความช่วยเหลือ แม่ช่วยด้วย วิ่งหนีเข้ามาในบ้าน ตนจึงออกไปเปิดประตู พยามยามห้ามไม่ให้ นายช้าง ทำลูกสาว แต่ไม่ฟัง ใช้ไขควงไล่แทงหลานชาย 2 คน และมาแทงตนเองด้วย แต่หลายชายคนโต เข้ามาต่อสู้กับ นายช้าง เหตุการณ์ชุลมุนไปหมด นายช้าง เหมือนคนขาดสติ คนบ้าไม่สนใครไล่แทงทุกคนที่อยู่ในบ้าน พยายามยิงปืนอีก 1 นัด แต่ไม่โดนใคร จากนั้นนายช้าง ได้วิ่งหลบหนีออกจากบ้านไป
“ตนเองและคนในครอบครัว กับนายช้าง ซึ่งเป็นหลานแท้ๆ ไม่เคยมีปากเสียงหรือทะเลาะอะไรกันทั้งกับตนเองและคนในครอบครัว เมื่อช่วงกลางวันยังคุยกันปกติกับหลานๆก็คุยเล่นกันปกติ แต่ยอมรับนายช้าง ติดยาเสพติดเสพยาเสพติดมานาน”
ด้าน นายพงษ์ (สงวนสนามสกุล) อายุ 82 ปี พ่อของนายช้าง เล่าว่า ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาลูกชาย ไม่เคยอาละวาดหรือไปทำร้ายใคร ยอมรับว่าลูกชายติดยาเสพติดมาตั้งแต่ อายุ 20 ปี เคยทำงานบริษัทดีๆ แต่งานมีครอบครัวมาแล้ว 3 ครั้ง แต่มาติดยาเสพติด ทำให้เสียคนไป ลูกชาย อาชีพรับจ้างทั่วไปใครมาจ้างให้ทำอะไรก็ทำ เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากการเสพยาเสพติดมาจนเกิดอาการหลอน คนในครอบครัว ในบ้านไม่เคยมีเรื่องหรือทะเลาะอะไร ส่วนอาวุธปืนไม่ทราบมาก่อนว่าลูกชายมีอาวุธปืน
พ.ต.อ.สุวิชา ได้ส่งชุดสืบสวนติตดาม ตัวนายช้างอย่างเร่งด่วน คาดว่านายช้าง หลบหนีไปไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีเงินติดตัว และน้ำมันที่มีอยู่ในรถจักรยานยนต์มีอยู่ไม่ถึงครึ่งถัง คาดว่าคงหลบหนีไปได้ไม่ไกล.



