สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ว่า สำนักงานอัยการกรุงปารีสออกแถลงการณ์ ว่าความเสียหายจากเหตุโจรกรรมทรัพย์สินล้ำค่าครั้งใหญ่ ภายในหอศิลป์อะพอลโล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ในกรุงปารีส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประเมินแล้วอยู่ที่ราว 88 ล้านยูโร (ราว 3,352.62 ล้านบาท)


อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น คือ การสูญเสียมรดกทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส พร้อมเตือนว่า การนำเครื่องเพชรทั้ง 8 ชิ้น ไปแปรสภาพ ถอดชิ้นส่วน หรือนำไปหลอม “เป็นความคิดที่เลวร้ายมาก”


จนถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงยืนยันว่า กลุ่มคนร้ายมี 4 คน และอยู่ระหว่างเร่งวิเคราะห์ลายนิ้วมือในที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกัน กลุ่มคนร้ายมีความเป็นมืออาชีพในระดับสูง และทำงานอย่างเป็นระบบ แม้ทำมงกุฎเพชรตกชิ้นหนึ่งระหว่างหลบหนีก็ตาม


ขณะที่นางโลรองซ์ เดส์ การ์ส ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ยังคงเก็บตัวเงียบนับตั้งแต่เกิดเหตุ แต่เธอมีกำหนดให้การต่อคณะกรรมาธิการสอบสวนของวุฒิสภา ในวันพุธที่ 22 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น โดยประเด็นสำคัญจะเน้นไปที่ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์


ทั้งนี้ รายงานฉบับหนึ่งโดยสำนักงานผู้ตรวจสอบบัญชีของฝรั่งเศส ครอบคลุมระหว่างปี 2562-2567 ชี้ให้เห็นถึงความล่าช้า “ที่คงอยู่” ในการอัปเกรดระบบรักษาความปลอดภัยที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ โดยตอนนั้นมีเพียงหนึ่งในสี่ของปีกอาคารเท่านั้น ซึ่งมีการติดตั้งกล้องวิดีโอวงจรปิด.

เครดิตภาพ : AFP