ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ได้เกิดอีกหนึ่งข่าวใหญ่ หลัง “ศาลรัฐธรรมนูญ” ได้ออกคำวินิจฉัยสำคัญเป็นเอกฉันท์ ปัดตกข้อโต้แย้งทางกฎหมายของ นายเฉอ จื้อเจียง (She Zhijiang หรือ แส จิ้นเจียง) นักธุรกิจชาวจีน-กัมพูชา ซึ่งทางการจีนต้องการตัวในคดีอาชญากรรมข้ามชาติ คำวินิจฉัยนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่เปิดทางให้กระบวนการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนสามารถเดินหน้าต่อไปได้ หลังจากการต่อสู้คดีอย่างดุเดือดในประเทศไทย

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ประเด็นล่าสุดที่ถูกนำขึ้นสู่การพิจารณาคือคำโต้แย้งที่ว่า พระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 มาตรา 19 และมาตรา 21 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญไทยหรือไม่ โดยเฉพาะในประเด็นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิของผู้ถูกร้อง

ในคดีหมายเลขแดงที่ 3494/2568 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติ “เป็นเอกฉันท์” วินิจฉัยว่าบทบัญญัติของ พ.ร.บ. ดังกล่าว ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่า แม้ว่านายเฉอจะเป็นบุคคลต่างด้าว แต่ก็ได้รับความคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 การวินิจฉัยดังกล่าวจึงเป็นการปัดตกข้อต่อสู้ทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดของนายเฉอ ทำให้คำสั่งของศาลอาญาชั้นต้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 ที่ให้ส่งตัวนายเฉอไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อดำเนินคดี สามารถเดินหน้าต่อไปได้ภายหลังการพิจารณาของศาลอุทธรณ์
-ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ย้อนเปิดประวัติ ‘เฉอ จื้อเจียง’

นายเฉอ จื้อเจียง หรือแส จิ้นเจียง ปัจจุบันอายุ 43 ปี เป็นที่รู้จักในฐานะประธานบริษัท หยาไถ่ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง กรุ๊ป (Yatai IHG) ซึ่งเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในกิจการกาสิโนและธุรกิจออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาชญากรรมที่ทำให้เขาเป็นที่ต้องการตัวของตำรวจสากลและทางการจีนนั้น มีมูลค่าความเสียหายมหาศาล

ศูนย์กลางอาชญากรรม “ชเวโก๊กโก เมียนมา”

โครงการที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ เมืองชเวโก๊กโก่ (Shwe Kokko) ในเมียนมา ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามจังหวัดตากของไทย นายเฉอได้ร่วมลงทุนกับผู้นำกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (BGF) เพื่อพัฒนาเมืองใหม่มูลค่าสูงถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมืองนี้ถูกนานาชาติระบุว่าเป็น ฐานที่มั่นของอาชญากรรมออนไลน์ระดับโลก โดยมีองค์กรผิดกฎหมายดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะเป็น..
-ธุรกิจพนันออนไลน์ และกาสิโน
-ปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (สแกมเมอร์)
-การฟอกเงิน, ค้ายาเสพติด และการผลิตสื่อลามก

ความเสียหายระดับพันล้านบาท

ข้อหาหลักที่นายเฉอเผชิญคือการเปิดเว็บไซต์การพนันและบ่อนกาสิโนโดยผิดกฎหมาย รวมถึงเป็น “เจ้าพ่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์” ผลการสืบสวนระบุถึงความเสียหายในวงกว้าง โดยพบว่าการพนันออนไลน์ในเมียนมา มีผู้เล่นมากกว่า 330,000 ราย สร้างความเสียหายกว่า 150 ล้านหยวน (ประมาณ 700 ล้านบาท), การหลอกลวงข้ามชาติ สร้างความเสียหายรวมในจีน, ไทย, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ มากกว่า 5,000 ล้านบาท

ข้ออ้างสิทธิมนุษยชน

“นายเฉอ จื้อเจียง” ถูกจับกุมในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนสิงหาคม 2565 และถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม เขาได้ต่อสู้คดีมาโดยตลอด โดยอ้างว่าตนเป็นเพียงนักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองจากหน่วยงานความมั่นคงของจีน มีการเผยแพร่วิดีโอที่เขากล่าวอ้างถึงสภาพการถูกคุมขังในประเทศไทยว่าถูกขังเดี่ยว, ถูกล่ามโซ่ และถูกปฏิเสธการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

อย่างไรก็ตาม กรมราชทัณฑ์ได้ออกมาชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าว โดยยืนยันว่า
-การดูแลเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานสากล (SOPs และ UN Standard Minimum Rules)
-การใช้มาตรการควบคุมเข้มงวดเป็นผลมาจากการที่นายเฉอ มีพฤติการณ์กระทำผิดวินัยของเรือนจำ และมีอิทธิพลทางการเงินสูง
-นายเฉอได้รับการรักษาพยาบาลและสามารถสื่อสารกับทนายความได้เป็นปกติ โดยยืนยันว่าการเผยแพร่ข่าวเรื่องการถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมนั้น “ไม่เป็นความจริง”