ทำเอาแฟน ๆ คู่จิ้นในตำนานจากช่องหลากสีอย่าง “เข้ม-หัสวีร์” และ “มุกดา-นรินทร์รักษ์” ที่ผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ ต้องดีใจกันยกใหญ่ หลังห่างหายจากหน้าจอไปพักใหญ่ ล่าสุดทั้งคู่ก็คัมแบ๊กมาประกบคู่กันอีกครั้งในซีรีส์ฟอร์มยักษ์ร่วมทุน ไทย-สิงคโปร์ เรื่อง “ทวิญ ร่างฉัน วิญญาณเธอ (Decalcomania)” ภายใต้บ้านใหม่ช่องวัน 31

ในงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ เข้ม-มุกดา ได้เปิดใจถึงการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง พร้อมเผยถึงการปรับเคมีในเรื่องใหม่ ที่แฟน ๆ ต้องไม่พลาด โดย เข้ม เผยว่า “เกือบสองปีได้ที่เราไม่ได้เข้ามาทำงานร่วมกันแบบจริงจังเลย จริงจังในเรื่องของการถ่ายทำ แต่พอได้มาทำด้วยกัน ก็เหมือนจูนกันติดได้ไว เพราะด้วยจังหวะการทำงาน เราก็รู้กันอยู่แล้วว่าเป็นยังไง”


มุกดา เผยว่า “ตัวมุกกับเข้มเราอาจจะไม่ต้องรื้อฟื้นอะไรกันมาก เพราะเล่นด้วยกันมาหลายเรื่องแล้ว แต่อาจจะปรับจูนในเรื่องคาแรกเตอร์ที่เราเล่นด้วยกันในเรื่องนี้ ครั้งนี้เรากลับมาในแบบที่เรารู้จักกันอยู่แล้วเริ่มต้นตั้งแต่แรก กลับมาแบบคนห่วงใยกัน อาจจะไม่ได้เหมือนละครก่อนหน้านี้ที่รักกันมาตั้งแต่เริ่ม แต่ครั้งนี้จะเป็นความเป็นห่วงซึ่งกันและกัน เชื่อว่าถ้าแฟนๆ ดูจะรู้สึกเป็นกำลังใจให้เราสองคนว่าเมื่อไรจะบอกความรู้สึกดีๆ ต่อกัน คนดูก็จะได้เห็นเชิงนี้ในเรื่องนี้”

เข้ม เผยต่อว่า “พอมันเปลี่ยนรูปแบบไป ถามว่ากังวลไหม ผมว่าคุณจะเอาใจช่วยแบบนี้มากกว่า ในการทำงานก็ต้องปรับเยอะเหมือนกัน เพราะว่าเคมีของตัวละครมันจะต่างจากเรื่องที่เราสองคนเคยเล่นกันมา อย่างตัวละครของมุกเอง เขาก็ต้องดูแลเส้นเรื่องของเขาให้ชัดเจนมากๆ ในเรื่องของฝาแฝด ตัวละครของผมจะต้องดูแลเส้นเรื่องของการซัพพอร์ตให้ได้มากที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ ไหนจะทำงาน การวางตัวละคร การทำการบ้าน ค่อนข้างที่จะต้องลงรายละเอียดให้มันลึกกว่าที่เคยทำมา”

มุกดา เผยต่อว่า “การกลับมาในความเป็นคู่จิ้น ‘เข้ม-มุก’ รู้สึกกดดันกันไหม มุกว่าทุกผลงานมันมีความกดดันอยู่แล้ว แต่อย่างที่เราพูดไปเสมอว่าผลงานที่เราทำทุกชิ้นอยากให้ทุกคนสนุกและเอ็นจอยกับมัน ถามว่าคาดหวังไหมมันก็คาดหวังแหละ แต่สุดท้ายแล้วก็อยากให้ทุกคนสนุกกับการดูมากกว่า แล้วก็อยากให้ดูอะไรที่มันใหม่ๆ ที่เราต้องการนำเสนอออกมาให้ทุกคนได้เห็นมุมมองในการแสดง ส่วนผมไม่กดดัน คือเราเข้ามาด้วยความตั้งใจที่อยากจะสร้างผลงานให้กับตัวเองในเรื่องแรกที่เราได้มาอยู่ที่นี่ เราก็ค่อนข้างที่จะรู้สึกอยากจะพัฒนาเพิ่มเติมในเรื่องของการทำงาน รวมถึงภาวะความรู้สึกตัวเอง ฉะนั้นความกดดันของผมเลยค่อนข้างมีน้อย เพราะว่ามันไปโฟกัสที่การทำงานทั้งหมดแล้ว”


“แฟนบางกลุ่มก็ยังอยากให้เราเล่นคู่กันต่อไป ในขณะที่บางกลุ่มก็อยากให้แยกกัน มุกมองว่าเป็นเรื่องปกติค่ะ คือเราก็อยู่ในวงการบันเทิง แล้วอยู่ด้วยกันด้วย ฉะนั้นการที่เราจะมาเจอกันมันไม่ใช่เรื่องแปลก แล้วการที่เราจะเจอเคมีใหม่ๆ มันก็ไม่แปลก ทุกอย่างมันก็วนเวียนเป็นวงกลมอยู่แบบนี้แหละ แต่ที่สำคัญก็แค่อยากให้ทุกคนติดตามและซัพพอร์ตเราทั้งคู่ค่ะ”

เข้ม เล่าต่อว่า “จริงๆ ความเป็น ‘เข้ม-มุก’ มันไม่ได้หายไปจากไหนหรอก ยังคงอยู่ไม่ได้ต่างไปจากเดิม ในเรื่องของผลงานถ้าเกิดมันมีอะไรที่ตรงกัน เราก็คงได้เล่นร่วมกัน แต่ว่าถ้าเกิดเคมีบางอย่างที่เราต้องไปคู่กับคนอื่นที่มันจะเกิดขึ้นในอนาคต เราก็อยากจะให้มันเกิดขึ้น เพราะเราก็อยากจะทำงานในรูปแบบที่เราอยากจะทำจริงๆ”

นอกจากนี้ เข้ม และ มุกดา ยังได้ให้กำลังใจ “หนิง-ปณิตา” ที่ช่วงนี้เจอเรื่องราวมรสุมรมเร้า

เข้ม เผยว่า “วันก่อนเพิ่งไปกินข้าวกับแม่มาเอง ยังไม่เห็นว่ามีเรื่องอะไรเลย เอาเป็นว่าเป็นกำลังใจให้แม่จ๋านะครับ ผมเชื่อว่าทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นมันมีเหตุและผลของมัน แต่ก็ไม่ต้องไปกังวล ถ้าเกิดว่ามีอะไรเร่งด่วนที่เราสามารถช่วยได้ เราจะไปอยู่ตรงนั้นในทันที เนี่ยมันทำให้ผมอยากไปตอนนี้เลย คือผมไม่รู้เลยว่าแม่เจอเรื่องอะไรอยู่บ้าง ตอนที่กินข้าวด้วยกันล่าสุด คุยกันแค่เรื่องอนาคตน้องณิรินว่าอยากเป็นไอดอล K-POP ไม่ได้คุยเรื่องอะไรอีกเลย”


มุกดา พูดเสริมว่า “หนูก็ส่งกำลังใจให้แม่เหมือนกันค่ะ”

ขอบคุณภาพจาก: narinnarinrak,hussaweee