เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 15 มิ.ย. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยมี รมช.มหาดไทย และข้าราชการระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ก่อนประชุม นายกฯ นำผู้เข้าประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ลุกขึ้นยืนถวายความอาลัยและรำลึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นเวลา 1 นาที แล้วกล่าวถวายความอาลัยความว่า “กระทรวงมหาดไทยน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ และจะน้อมนำพระปณิธาน และการอุทิศตนเพื่อความยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และประโยชน์ส่วนรวม มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ประชาชนสืบไป”
จากนั้นนายกฯ กล่าวมอบนโยบายว่า ขอให้ทุกจังหวัดให้ความสำคัญกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพราะเป็นโครงการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนโดยตรง ขอให้มีการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนทั้งในส่วนของการให้ข้อมูลความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการเข้าสู่โครงการ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการหรือแม้กระทั่งชาวบ้านที่ใช้สิทธิ รวมถึงการให้การสนับสนุนในการดำเนินโครงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
“ขอให้หลีกเลี่ยงคำว่าบัตรคนจน เราจะต้องทำให้เขามีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ และต้องทำให้เขาพ้นจากคำว่าคนจน ภายใต้การบริหารจัดการของพวกเรา อย่าบอกว่าทำไม่ได้ เพราะสมัยก่อนพวกเราก็มีคนไข้อนาถา พวกเรายกระดับประกันสุขภาพทั่วหน้าบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค บัตรทองมีการรักษาพยาบาลด้านการสาธารณสุขให้กับประชาชนอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ คำว่าคนไข้อนาถา จึงไม่มีในกรณีนี้ ดังนั้นขอให้เร่งสั่งการไปยังนายอำเภอ ปลัดอำเภอ เพื่อที่จะตรวจสอบว่าถ้าเข้าไทยช่วยไทยพลัสไม่ได้ ก็ขอให้ได้รับการช่วยเหลือในรูปแบบของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในจำนวนเงินใกล้เคียงกัน เพียงแต่ว่าเราไม่ได้ให้ใช้ในกรณี 60 /40 อย่างนี้เป็นต้น”

นายกฯ กล่าวอีกว่า อีกเรื่องคือเรื่องภัยพิบัติ ตอนนี้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว มีการเตรียมการล่วงหน้าแผนเผชิญเหตุ ซึ่งหมายร่วมไปถึง ผวจ.ทุกจังหวัด เรื่องของการเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมพร้อมในด้านการช่วยเหลือ สิ่งที่ตนได้เห็นมากับตาคือกรณีน้ำท่วมที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว จะเห็นว่าถึงแม้ว่าการช่วยเหลือจะพร้อม แต่ภัยพิบัติเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ว่าเราไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้ แต่เราต้องศึกษาสภาพสิ่งแวดล้อม สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ของแต่ละจังหวัด เพราะมันไม่เหมือนกัน แต่ละภาค แต่ละจังหวัด แต่ละอำเภอ ฉะนั้นต้องดูโครงสร้างดีๆ ดูแผนป้องกัน
และขอให้ปรับปรุงปัดฝุ่นระบบเซลล์บรอดแคสต์เตือนภัย เพราะ 2 ปีแล้ว เราไม่รู้ว่าซอฟต์แวร์มันเป็นยังไง ต้องมีการอัปเกรดและมีการยกระดับเพื่อให้การเตือนภัยเกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วย ขอให้มีการดำเนินการให้ความเรียบร้อย
นายกฯ กล่าวอีกว่า ถ้ามีกรณีเกิดเหตุที่เป็นคดีอุกฉกรรจ์ คดีสะเทือนขวัญ ผวจ. จะต้องใช้กลไกทุกวิถีทางในการประสานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เหมือนอย่างที่เกาะพะงัน ชาวต่างชาติขี่จักรยานยนต์ชนแพทย์ และสุดท้ายเขาก็เสียชีวิต ก็ถือว่าเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ และตอนจับตัวได้ยังจะเบ่งอีก
“ผมถือนะครับ ให้ผมพ้นไปก่อนท่านค่อยไม่ต้องทำเรื่องนี้ ผมจะไม่มีวันยอมให้ชาวต่างชาติมารังแกคนไทย อันนี้ต้องถือว่านี่คือนโยบายสำคัญ ดังนั้นถ้ามีเหตุการณ์อุกฉกรรจ์เช่นนี้แล้วผู้ต้องหายังสามารถประกันตัวได้ด้วยวงเงินแค่ 1 แสนบาท ถือว่า ผวจ. ยังทำงานไม่เต็มที่ ไม่ว่าท่านจะบอกว่าอำนาจของท่านมีแค่ไหนก็ตาม แต่อำนาจอยู่ในกระดาษ ความดีอยู่รอบตัว และความใส่ใจอยู่รอบตัวท่าน ขอให้ดำเนินการทุกอย่างเอาใจประชาชน ทำให้ความหวัง ความเสียขวัญของประชาชนลดลง บางทีได้รับรายงานกลับมาว่าเรียบร้อยแล้วประกันตัวไปแล้ว ผมยังไม่เห็นหนังสือสักฉบับจากกระทรวงมหาดไทย หรือจาก ผวจ. ไปถึงผู้ที่มีอำนาจในเรื่องของการคัดค้านการประกันตัวเรา
ต้องไม่อนุมานไปก่อนว่าไม่ใช่อำนาจของเรา เดี๋ยวเขาก็ให้ อันนั้นเป็นเรื่องของเขา แต่เราต้องทำอย่างเต็มที่ในส่วนที่เรารับผิดชอบดูแล ผมไม่ได้ตำหนิ ผมว่าเลย เพราะผมฝากข้อมูลไปหลายครั้งแล้ว 2-3 ครั้งทั้งอธิบดีกรมการปกครองท้องถิ่น เวลาตนตอบท่านต้องตอบกลับมาในเชิงอรรถอธิบาย อย่าเอาแต่ครับ รับทราบครับ ปฏิบัติครับ ขอบคุณครับ และส่งสติกเกอร์โค้งมาเท่านั้น มันไม่พอ เพราะผมไม่รู้ว่าท่านทำอะไร ผมติดตามต่อไม่ได้ จะได้ไปช่วยท่านคุยกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง”

นายอนุทิน กล่าวว่า “เห็นเมื่อวาน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ต รายงานว่ามีใครคนหนึ่งมีระดับรอง ผวจ. บอกว่าจะย้าย ผวจ.ภูเก็ต ใหญ่มาก ช่วยบอกด้วยว่าเป็นรอง ผวจ. คนไหน ที่บอกว่าใหญ่ ใหญ่กว่านายกฯ หรือเปล่า เดี๋ยวพิสูจน์ให้ดูด้วย เพราะแบบนี้ไม่ได้ ถ้า ผวจ. รายงานแบบนี้มา ผมเอาผิด ผวจ. เพราะท่านต้องกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านให้ได้ มันเป็นไปไม่ได้ รายงานแบบนี้ไม่ได้ ผมรับไม่ได้ เป็นอดีตอธิบดีกรมการปกครองจะมีใครใหญ่กว่าท่านอีก มีใครย้ายท่านได้ ยกเว้นผม ก็ให้มันรู้ไป เราจะได้รู้ว่ากระทรวงนี้มันไม่ไหวแล้ว เพราะฉะนั้นเดี๋ยววันนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยและ ผวจ. ต้องหารือและมีคำตอบให้ผม ก่อนที่ผมจะบินไปรัสเซีย ในวันที่ 16 มิ.ย. นี้
ผมไม่ได้ก้าวก่าย ไม่ได้แทรกแซง แต่นี่คือนโยบายว่าถ้ามีผู้ใต้บังคับบัญชาคนไหนใหญ่กว่าผู้บังคับบัญชา ต้องมีอยู่สองอย่าง คือ สองคนนี้อยู่ด้วยกันไม่ได้แน่ ไม่ผู้บังคับบัญชาถอย ก็คนที่ใหญ่กว่าก็ต้องถอย ก็ต้องแสดงให้ดู ดูสิว่ามีใครใหญ่กว่าปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็เดี๋ยวช่วยดำเนินการให้เหมาะสมด้วย เพราะจากรายงานเช่นนี้ ผมในฐานะที่เป็น รมว.มหาดไทย ผมรับไม่ได้เช่นกัน ผมคิดว่ามันต้องมีความเพี้ยนที่มันเกิดขึ้นในระบบของเรา ที่ผ่านมาอาจจะมีการปกครองกันเช่นนี้มา แต่วันนี้ไม่มี วันนี้เราเป็นพี่น้องกันเท่านั้นทุกอย่างทำตามหน้าที่และความภาระความรับผิดชอบ” นายอนุทิน กล่าว.




