จากกรณีหลายฝ่ายสงสัยในการดำเนินงานของ มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ หลังจากทราบว่าประธานมูลนิธิและผู้บริหารไม่ปรากฏว่ามีชื่อของ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” อินฟลูฯ ชื่อดัง ที่พยายามช่วยเหลือประชาชนและทหารตามแนวชายแดน ตามที่ปรากฏเหตุการณ์ไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 24 ต.ค. นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ได้ให้ข้อเสนอแนะในแง่มุมกฎหมายว่า ตามหลักของกฎหมายและการกำกับดูแลของนายทะเบียนกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มูลนิธิหรือสมาคมทุกแห่ง ไม่มีสิทธิเปิดรับบริจาคหรือเรี่ยไรเงินจากประชาชนทั่วไปได้เอง เว้นแต่ต้องยื่นขออนุญาตเป็นรายโครงการต่อทางราชการ ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487

“…การเรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาตถือว่าผิดกฎหมาย ไม่ว่ามูลนิธินั้นจะมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนเพียงใดก็ตาม แต่หากต้องการเปิดรับบริจาคเพื่อใช้ในกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ ก็ต้องขออนุญาตจากนายทะเบียนก่อนทุกครั้ง เรื่องนี้เป็นข้อที่หลายมูลนิธิอาจยังไม่ทราบหรือเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งในฐานะประธานมูลนิธิ ก็ได้รับการยืนยันชัดเจนจากกรมการปกครองเช่นเดียวกัน…” นายอนันต์ชัย กล่าวและเผยอีกว่า

ส่วนตัวไม่เคยบริจาคเงินให้มูลนิธิกันจอมพลัง และไม่ต้องการซ้ำเติม แต่เห็นว่าควรแยกให้ชัดระหว่าง “ผลงาน” กับ “ข้อผิดพลาดทางกฎหมาย” โดยผลงานของ กัน จอมพลัง ที่ผ่านมา ถือว่ามีคุณูปการต่อประชาชนอย่างมาก แต่ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น เช่น การเปิดรับบริจาคโดยไม่ได้รับอนุญาต การจัดทำบัญชีไม่สมบูรณ์ หรือการระบุผู้รับมอบทรัพย์สินหากมูลนิธิเลิกล้ม เป็นสิ่งที่ควรได้รับการตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้อง

“…กัน จอมพลัง อาจจะมีความตั้งใจดี แต่ขาดประสบการณ์ในการบริหารจัดการเอกสารและขั้นตอนทางกฎหมาย เพราะต้องใช้เวลามากในการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน จึงอยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจและให้อภัย พร้อมเปิดโอกาสให้เขาได้ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามระเบียบ ไม่ควรทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่…” นายอนันต์ชัย กล่าว

สำหรับแนวทางแก้ไข นายอนันต์ชัย แนะนำว่า มูลนิธิของ กัน จอมพลัง ควรจัดทำบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายให้โปร่งใสและยื่นต่อเจ้าหน้าที่นายทะเบียนอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งพิจารณาแก้ไขข้อบังคับในส่วนของ “ผู้รับมอบทรัพย์สิน” หากมูลนิธิเลิกล้ม ให้ส่งมอบทรัพย์สินแก่หน่วยงานหรือองค์กรสาธารณกุศลที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อให้เกิดความไว้วางใจจากสาธารณชน เช่นเดียวกับมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ที่ระบุไว้ในข้อบังคับอย่างชัดเจนว่า หากมูลนิธิเลิกล้ม ให้โอนทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่วัดเทพลีลา

นายอนันต์ชัย ทิ้งท้ายว่า กรณีของ กัน จอมพลัง ควรเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกมูลนิธิในประเทศปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อคงไว้ซึ่งความโปร่งใสและความเชื่อมั่นจากประชาชน พร้อมให้กำลังใจว่าความผิดพลาดของ กัน จอมพลัง นั้น ให้อภัยได้ ขอเพียงแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย และทำงานเพื่อประชาชนอย่างบริสุทธิ์ใจต่อไป