“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงการจัดกีฬาระดับเวิลด์คลาสอีเวนต์ และการท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือ สปอร์ตทัวริซึม ในประเทศไทย ว่า การแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติและระดับโลก ที่เราจะได้เห็นในประเทศไทยต่อจากนี้ นอกเหนือจากซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค. 68 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20-26 ม.ค. 69 แล้ว ยังมีโปรแกรมอีกหลายรายการข้ามไปถึงปี 2569 เริ่มจากปลายปีนี้คือ การแข่งขันขี่ม้าชิงแชมป์เอเชีย รายการ “FEI Asian Championships 2025” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 พ.ย.-7 ธ.ค. 68 ที่สนามขี่ม้าไทยโปโล แอนด์ อีเควสเตรียน คลับ พัทยา จ.ชลบุรี

นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันวิ่งมาราธอนในเมืองหลวง รายการ “Amazing Thailand Marathon Bangkok” ซึ่งได้รับการจัดให้เป็น เวิลด์แคปปิตอล มาราธอน ซีรีส์ เป็นครั้งแรก จะจัดขึ้นในวันที่ 30 พ.ย. 68 โดยปีนี้ยังคงมี เอเลียด คิปโชเก นักวิ่งมาราธอนชื่อดังระดับโลกชาวเคนยา รวมถึงนักวิ่งนานาชาติเข้าร่วมมากมาย ขณะที่ช่วงเดียวกันมีงานวิ่งเทรล UTMB เชียงใหม่ 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-7 ธ.ค. 68 โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรก วันที่ 29-30 พ.ย. 68 ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ และช่วงที่ 2 วันที่ 4-7 ธ.ค. 68 ที่สวนสาธารณะ อบจ.เชียงใหม่

“ในปี 2569 ยังมีการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2026 ซึ่งสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ยังคงถูกวางให้เป็นสนามเปิดฤดูกาลอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 27 ก.พ.-1 มี.ค. 69 ขณะที่ เรื่องการต่อสัญญานั้นยังอยู่ในช่วงเจรจา โดย กกท. ได้เสนอไปยังรัฐบาลแล้วว่าควรจะต่อสัญญาออกไปเพราะอีเวนต์ระดับโลกรายการนี้ ทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศในภาพรวมอย่างมหาศาล” ดร.ก้องศักด กล่าว

ผู้ว่าการ กกท. เผยต่อว่า สำหรับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับมหกรรมกีฬาในอนาคต อย่าง ยูธโอลิมปิกเกมส์ ปี 2030 เรายังคงเดินหน้าทำงานต่อไป ซึ่งในซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ 2025 เราได้เปิดโอกาสให้เยาวชน จากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ได้เข้ามาร่วมทำกิจกรรมในการแข่งขันด้วย ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่บรรจุในรายงานการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกเกมส์ ซึ่งถ้าหากการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาแห่งอาเซียน ประสบความสำเร็จทั้ง 2 รายการ เราสามารถจัดแข่งขันได้ตามมาตรฐานสากล เชื่อว่าจะทำให้เราได้เปรียบ และเป็นส่วนหนึ่งที่เราจะได้รับความไว้วางใจจาก คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) พิจารณาให้เป็นเจ้าภาพ ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 ต่อไป.