มีรายงานข่าวว่า กกต.จะลงมติคดีฮั้ว สว. วันที่ 28 ส.ค. ปรากฏว่า วันที่ 25 ส.ค. สำนักงาน กกต.ได้ออกเอกสารข่าวปฏิเสธ ว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขณะนี้ กกต. อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาสำนวนการสอบสวน และจะดำเนินการลงมติในสำนวนดังกล่าวตามลำดับขั้นตอนต่อไป

“สส.ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยัง กกต. ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าจะมีการลงมติในวันใด หลักฐานที่เราได้เปิดเผยหรือมีอยู่ในสาธารณะเพียงพอที่ กกต.จะส่งฟ้องไปยังศาลฎีกาได้ กังวลว่า กกต.จะตัดตอน ไม่ให้เรื่องไปถึงเครือข่ายนักการเมืองของพรรคการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง
“หาก กกต. มีมติไม่ส่งฟ้องจริงก็จะเดินหน้าฟ้อง กกต. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 เมื่อ กกต. ไม่ทำหน้าที่ส่งหลักฐานไปที่ศาล เราก็จะดูช่องทางอื่นว่าจะมีกลไกอะไรหรือไม่ที่ทำให้ข้อมูลดังกล่าวไปถึงศาลฎีกาได้ และจะยื่นร่างแก้ไข พ.ร.ป.การเลือก สว. เพื่อให้ผู้เสียหายโดยตรงอย่างผู้สมัคร สว. ร้องไปยังศาลฎีกาได้โดยตรง”
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีที่โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) เปิดข้อมูลคดีฮั้ว สว. ว่า เอกสารดังกล่าวเป็นสำนวนของกองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะทางในสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สงสัยว่าเอกสารดังกล่าวได้มาอย่างไร ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้พิจารณาตามพยานหลักฐานว่า ผู้ที่นำเอกสารไปและนำมาเผยแพร่จะมีความผิดอย่างไร เอกสารที่หลุดออกมา คือการตรวจสอบในสมัย รมว.ยุติธรรมคนก่อน ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกดีเอสไอ กล่าวว่า เมื่อตรวจสอบก็พบข้อเท็จจริงว่าเป็นเนื้อหาภายในสำนวนการสอบสวนของดีเอสไอจริง ๆ จึงเล็งเห็นว่ากรณีที่กลุ่มบุคคลนำเอาเนื้อหาและเอกสารภายในสำนวนการสอบสวนมาเปิดเผยสู่สาธารณะ ทำให้ส่งผลกระทบเสียหายต่อหลักการสอบสวนคดีอาญา เพราะตามหลักการแล้ว การจะเปิดเผยเนื้อหาการสอบสวนได้นั้น คดีอาญาดังกล่าวจะต้องขึ้นสู่การพิสูจน์ในชั้นศาลเท่านั้น ข้อมูลเหล่านี้จะต้องถูกพิจารณาเปิดเผยต่อหน้าจำเลย
จึงมอบหมายให้กองกฎหมาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันนำเอาเอกสาร และข้อมูลภายในสำนวนการสอบสวนของดีเอสไอมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ โดยระบุพฤติการณ์ให้กับพนักงานสอบสวนตำรวจเพื่อไปตรวจสอบฐานความผิดที่เข้าข่าย ส่วนหากมีพฤติกรรมอื่นใดที่เข้าข่ายฐานความผิดอื่นเพิ่มเติมก็จะเป็นหน้าที่ขยายผลตรวจสอบของ พงส. ตำรวจกองบังคับการปราบปราม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความผิดที่ดีเอสไอแจ้งความ เป็นมาตราเกี่ยวกับการเปิดผนึกเอกสาร เช่น คือ ป.อาญา มาตรา 322 มาตรา 323 มาตรา 164 ความว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน รู้หรืออาจรู้ความลับในราชการ กระทำโดยประการใด ๆ อันมิชอบด้วยหน้าที่ ให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งนายกิติภณ รื่นสัมฤทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) นั่งผู้อำนวยการ สขช.คนใหม่ แทนนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการ สขช. ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ แม้นายฐนัตถ์จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่จะยังทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
ครม. เห็นชอบแต่งตั้งนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แทนนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ มีข่าวว่า “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ทาบทาม พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ให้มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. นายกฯ ยืนยันว่า การย้ายคนเอาที่ความเหมาะสมกับงาน
“ส่วนการย้ายนายฉัตรชัย เพราะปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. ผมมาอยู่ทำเนียบรัฐบาลก็ต้องหาคนที่ทำงานแล้วมีความคุ้นเคย การขอให้นายฉัตรชัย มาช่วยงานในฐานะปลัดสำนักนายกฯ อีกหน่อยตนไปทำงานด้านความมั่นคง ด้านการเจรจาความมั่นคงต่างๆ ก็มีปลัดสำนักนายกฯ เป็นผู้ช่วยงานให้อีกคน ทำงานร่วมกันมา 1 ปี สามารถสื่อสารเข้ากันได้เข้าใจรับลูกกันได้”

ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง สังกัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง จำนวน 20 ราย เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียนและทดแทนตำแหน่งที่ว่าง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 69 เป็นต้นไป รายชื่อประกอบด้วย 1.ไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย (4 ราย) คือ นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผวจ.สุรินทร์ นายนัฐพล นราดิศร ผวจ.เชียงใหม่ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมา น.ส.อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม
2.ระดับอธิบดีกรม และผู้ตรวจราชการกระทรวง (5 ราย) นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล จากอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ไปดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายสมชาย ลีหล้าน้อย จาก ผวจ.นครศรีธรรมราช ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมที่ดิน (ทด.) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร จากรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ จาก อธิบดี ปภ. ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) นายปิยะ ปิจนำ จาก ผวจ.บุรีรัมย์ ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดี สถ.

3.ระดับผู้ว่าราชการจังหวัด (11 ราย) นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ จาก ผวจ.จันทบุรี ย้ายไปเป็น ผวจ.ฉะเชิงเทรา นายทศพล เผื่อนอุดม จากผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.เชียงใหม่ น.ส.ฉัตรประอร นิยม จาก ผวจ.ฉะเชิงเทรา ย้ายไปเป็น ผวจ.ตราด นายภาสกร บุญญลักษม์ จากรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.ตาก นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร จาก ผวจ.สุพรรณบุรี ย้ายไปเป็น ผวจ.นครราชสีมา นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ จาก ผวจ.มหาสารคาม ย้ายไปเป็น ผวจ.นครสวรรค์ นายเอกวิทย์ มีเพียร จาก ผวจ.ปทุมธานี ย้ายไปเป็น ผวจ.บุรีรัมย์
น.ส.ธนียา นัยพินิจ จาก ผวจ.พิจิตร ย้ายไปเป็น ผวจ.ปทุมธานี นายชาธิป รุจนเสรี จาก ผวจ.กำแพงเพชร ย้ายไปเป็น ผวจ.สระแก้ว นายพิริยะ ฉันทดิลก จาก ผวจ.ตราด ย้ายไปเป็น ผวจ.สุพรรณบุรี และนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม จาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.อุดรธานี
นายกฯ หนู กล่าวว่า การโยกย้ายนายนิรัตน์ เพราะตอนเป็น ผวจ.เชียงใหม่ ก็มีประสบการณ์ในการป้องกันอุทกภัย ก็ต้องหาคนที่มีความเหมาะสมที่สุด สามารถดำเนินการป้องกันภัยได้ทันที ตนได้หารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทยเห็นพ้องต้องกันว่านายนิรัตน์เหมาะสมด้านนี้ ส่วนการโยกย้าย นายปิยะ ปิจนำ จาก ผวจ.บุรีรัมย์ มาดำรงตำแหน่ง อธิบดี สถ. เป็นไปตามการหมุนเวียนโยกย้ายและความเหมาะสมในหน้าที่ของการทำงาน ผวจ.แต่ละจังหวัดมีองค์ความรู้วิธีการร่วมกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราก็ดำเนินการตามความเหมาะสมและอาวุโส

ที่รัฐสภา พรรคประชาชน มีการจัดประชุม ครม.เงา หารือเกี่ยวกับการแก้ปัญหาหลายประเด็น อาทิ การติดตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ เป็นต้น ซึ่งพรรคประชาชนจะติดตามเรื่องการใช้เงินในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ที่พบความไม่ชอบมาพากลในหลายเรื่อง เช่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ที่ให้แคตตาล็อกและอาจจะมีการล็อกรหัสสินค้าในบางประเภทเพื่อให้เกิดการจัดซื้อจัดจ้างแบบล็อกสเปกไปที่เจ้าใดเจ้าหนึ่ง
“สส.ไอซ์” น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า จะตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อโซลาร์เซลล์ โซลาร์ปั๊ม ว่า จะเป็นเรือโนอาห์ ที่จะพาผู้รับเหมาของเครือข่ายสีน้ำเงิน หรือ สส. เครือข่ายสีน้ำเงินแบ่งกันกินแบ่งกันใช้หรือไม่ จึงจะกัดติดงบฯ จัดซื้อจัดจ้างแผงโซลาร์เซลล์ ข้าราชการแจ้งมาว่าเริ่มมีการของบในโครงการเข้ามาแล้วจากท้องถิ่น แม้หน้าตาโครงการมาแล้ว แต่ละหลักเกณฑ์ยังไม่มีความชัดเจน
ศาลฎีกานัดไต่สวนพยานนัดแรกคดีหมายเลขดำที่ คมจ.1/2569 ที่ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กับ 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล ประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ จากการไต่สวนพยานของผู้ร้อง (ป.ป.ช.) ได้ความว่า จากที่สอบ สส. 9 รายที่ไม่ได้ร่วมลงชื่อ (ซึ่งปัจจุบันไม่ได้เป็น สส.แล้ว) ทราบว่าจะถูกกดดัน กีดกันไม่ให้ดำรงตำแหน่งภายในพรรค ตำแหน่งกรรมาธิการ ไม่ให้ลงสมัคร สส.ในสมัยถัดไป และจำกัดการเข้าถึงกลุ่มไลน์ของพรรค ศาลนัดไต่สวนพยานผู้ร้องนัดถัดไปวันที่ 22 ก.ย. 2569 เวลา 09.30 น.



