สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวก่อนออกเดินทางจากสหรัฐเพื่อไปปฏิบัติภารกิจในมาเลเซีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ว่าเกาหลีเหนือเป็น “มหาอำนาจนิวเคลียร์ในระดับหนึ่ง” หลังผู้สื่อข่าวตั้งคำถามว่า ยินดีที่จะเปิดรับข้อเรียกร้องของเกาหลีเหนือ ซึ่งต้องการได้รับการยอมรับเป็นรัฐนิวเคลียร์ เพื่อเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการเจรจาครั้งใหม่กับรัฐบาลวอชิงตันหรือไม่
อนึ่ง เกาหลีเหนือย้ำมาตลอด เกี่ยวกับสถานะของประเทศ “ในฐานะรัฐที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งมีการบัญญัติไว้อย่างชัดเจนและเป็นการถาวร ทั้งในรัฐธรรมนูญและกฎหมายพื้นฐานของประเทศ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหวนกลับได้”
Trump describes N. Korea as 'sort of nuclear power': AFP https://t.co/YZQMkeR4G5
— Yonhap News Agency (@YonhapNews) October 25, 2025
ทั้งนี้ การเยือนเอเชียของทรัมป์ในครั้งนี้ เป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิดจากหลายฝ่าย ว่าผู้นำสหรัฐจะมีโอกาสได้พบกับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ อีกครั้งหรือไม่
แม้แหล่งข่าวระดับสูงในทำเนียบขาวกล่าวว่า “เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในกำหนดการ” แต่ส่งสัญญาณว่า “การเปลี่ยนแปลงกำหนดการสามารถเกิดขึ้นได้ตามความเหมาะสม”
ขณะที่นายจอง ดง-ยอง รมว.รวมชาติเกาหลีใต้ กล่าวว่า โดยส่วนตัวเขาเชื่อว่า “ยังมีโอกาสพอสมควร” ที่ทรัมป์กับคิมจะได้พบกัน และตอนนี้ดูเหมือนเกาหลีเหนือจะ “ให้ความสนใจ” ต่อสหรัฐมากขึ้น และ “มีสญญาณบ่งชี้มากขึ้น” ว่ามีโอกาสที่ผู้นำทั้งสองประเทศจะได้พบกันอีกครั้ง
หากการพบกันเกิดขึ้นจริง ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นระหว่างทรัมป์เข้าร่วมการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่เมืองคย็องจูของเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 30 ต.ค.-1 พ.ย. นี้ จะเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2562 ที่ทรัมป์และคิมได้พบกัน.
เครดิตภาพ : AFP



