เมื่อวันที่ 26 ต.ค.นายแพทย์สมิทธิ์ อารยะสกุล แพทย์ที่ปรึกษาด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและสุขภาพ ได้โพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊ก “หมอโอ๊ค DoctorSixpack” ถึงความสำคัญของวิตามินดี 3 ต่อสุขภาพและการป้องกันมะเร็ง โดยระบุว่า คนไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะวัยทำงานและผู้สูงอายุในเมือง นั่งทำงานในออฟฟิศ ไม่ค่อยได้รับแสงแดด จึงมีระดับวิตามินดีต่ำ ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันเพี้ยน เกิดการอักเสบเรื้อรัง และเซลล์ผิดปกติควบคุมได้ยากขึ้น

หมอโอ๊คอธิบายว่า วิตามินดีทำหน้าที่เป็น “ฮอร์โมนภูมิคุ้มกันและยีนควบคุมการเจริญของเซลล์” ผ่านตัวรับ VDR ในแทบทุกอวัยวะ เมื่อร่างกายขาดวิตามินดี 3 จะทำให้เซลล์เสียหายไม่ตายตามปกติ สภาพแวดล้อมเนื้องอกเอื้อให้เซลล์มะเร็งโตเร็วขึ้น และภูมิคุ้มกันตรวจจับเซลล์ผิดปกติได้น้อยลง

สำหรับกลไกสำคัญ วิตามินดี 3 ช่วย:

  1. ควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ ลดโอกาสเซลล์ผิดปกติกลายเป็นก้อนเนื้องอก
  2. กระตุ้นการตายของเซลล์เสียหายและลดการแพร่กระจาย
  3. เสริมภูมิคุ้มกันต้านมะเร็ง ปรับสมดุล T cell/NK cell ลดการอักเสบรอบเนื้องอก
  4. ซ่อมแซมดีเอ็นเอและลดอนุมูลอิสระ ลดโอกาสเกิดเซลล์กลายพันธุ์

แม้ว่าการเสริมวิตามินดี 3 ยังไม่ชัดเจนว่าจะลดการเกิดมะเร็งทั้งหมด แต่มีแนวโน้มลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเมื่อรับประทานอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมและลำไส้ใหญ่

หมอโอ๊คยังแนะนำแนวทางยกระดับวิตามินดี 3 อย่างปลอดภัย ได้แก่

  • รับ แดดเช้า 10–20 นาที ให้แสงโดนผิวจริง
  • ทาน อาหารที่มีวิตามินดี เช่น ปลาไขมันดี ไข่ เห็ดผ่าน UV
  • เสริมวิตามินดี 3 ควบคู่ K2 และแมกนีเซียม ตรวจเลือดติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจและปรับขนาดการเสริมตามค่า 25(OH)D เพื่อให้ระดับเพียงพอแต่ไม่เกินขีดปลอดภัย

หมอโอ๊คเน้นย้ำว่า วิตามินดี 3 ไม่ใช่ยาวิเศษ แต่เป็นพื้นฐานสำคัญให้ภูมิคุ้มกันและกลไกต้านมะเร็งทำงานได้เต็มที่ หากใครสนใจแนวทางเสริมวิตามินดี 3 + K2 สามารถปรึกษาแพทย์และตรวจเลือดก่อนปรับขนาด เพื่อให้เหมาะสมกับสุขภาพแต่ละบุคคล

ขอบคุณเพจ หมอโอ๊ค