สวัสดีวันหยุด พบกับสารพันสาระยานยนต์ กับ “อ้วนซ่า แอบซิ่ง” เหมือนเช่นเคย และแล้วก็ต้องบอกว่าสิ้นสุดการลุ้น การคาดเดา กันเสียที เพราะโตโยต้า ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยภาพอย่างเป็นทางการของรถที่คนทั่วโลกต่างรอคอยกัน(Toyota Landcruiser FJ) ไปเรียบร้อยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

เมื่อได้เห็นภาพอย่างเป็นทางการแล้วก็ต้องบอกเลยว่า ด้านงานออกแบบ “ไม่ผิดหวัง” แม้ว่าจะมีพื้นฐานโครงสร้างเดียวกับรถกระบะส่งของราคาย่อมเยาในบ้านเรา อย่าง “ไฮลักซ์ แชมป์” (Hilux Champ) แต่คุณภาพงานออกแบบนั้นต่างกันราวฟ้ากับดิน เลยทีเดียว

คำว่า FJ นั้นย่อมาจากคำว่า Freedom & Joy หรือความอิสระและความสุข รถที่จะนำกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่เข้าสู่เส้นทางสาย “แลนด์ครูซเซอร์” ด้วยสเน่ห์งานออกแบบที่สวยงาม ขนาดตัวรถที่กระทัดรัด ผสมผสานกับเครื่องยนต์กลไกที่ทนทาน มั่นใจได้ และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่แข็งแกร่งอันเป็น DNA ของรถในตระกูลนี้

ด้านรูปลักษณ์นั้นแม้จะมีกลิ่นอาย ความเป็นกล่อง ความเหลี่ยม ที่คล้ายกับของไฮลักซ์ แชมป์ อยู่บ้าง แต่มันใช้แชสซีส์แบบกล่องเหล็กอันแข็งแกร่งในแบบฐานล้อสั้นพิเศษทำให้ สามารถลุยทางถุรกันดารได้อย่างทะมัดทะแมง ส่วนพื้นผิว และเหลี่ยมมุมทั้งหมดได้รับการขัดเกลาใหม่ เน้นการใช้เทคนิคการปาดขอบ หรือที่เรียกว่า “แชมเฟอร์” (Chamfer) ทำให้รถทั้งคันดูเหมือนสร้างขึ้นจากบล็อคโลหะ โดยโตโยต้าขอเปิดตัวด้วย 2 โฉมที่แตกต่างกัน คือโฉมไฟเหลี่ยม และโฉมไฟกลม ที่เหมือนจะเป็นการแบ่งรุ่นขายในญี่ปุ่น กับรุ่นส่งออกออกจากกัน

มุมที่อ้วนซ่าเห็นว่า สวยโดนใจในระดับ 5 ดาว เห็นจะเป็นด้านท้ายที่ปาดเนื้อตัวถังให้ดูลู่เข้าไปหาประตูท้าย โดยมีไฟท้ายที่นูนลอยออกมาในลักษณ์ 3 มิติ และส่วนของประตูท้ายนั้นก็ให้ความเป็น 3 มิติ เรียกได้ว่ามุมด้านท้ายนี่ยกนิ้วให้เลย เพราะการออกแบบให้ด้านท้ายมีความสอบ ลู่ไปด้านหลังนี้ จะช่วยลดแรงดูดทางอากาศพลศาสตร์ อันเป็นศัตรูตัวฉกาจของรถสไตล์นี้ลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

เห็นชมเรื่องงานออกแบบด้านท้ายมากๆ ก็ไม่ได้หมายความมุมอื่นจะไม่สวย เพราะไม่ว่าจะดูมุมไหนก็ต้องชื่นชมว่านักออกแบบของโตโยต้าในยุคนี้ ไม่มีคำว่าออมมือเลยจริงๆ และด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นทรงกล่องเหลี่ยม มันสามารถแต่งรถให้ออกมาได้หลายแนวทาง ตั้งแต่ “ทรงลุง” ไปจนถึง “ทรงลุย”

สำหรับงานออกแบบห้องโดยสารนั้น แม้จะมีกลิ่นอายจางๆของ “ไฮลักซ์ แชมป์” อยู่บ้าง แต่ก็เรียกได้ว่าจางมากๆ โตโยต้ายกกระดับงานห้องโดยสารขึ้นมาพอตัว แม้จะไม่เน้นความหรูหรา หรือดีไซน์ที่เฉียบขาดเหมือนกับงานออกแบบภายนอก แต่เน้นก็เน้นไปที่ความทนทาน และใช้พาร์ทต่างๆของพวกเขาที่พิสูจน์แล้วว่าเชื่อถือได้มาประกอบขึ้นเป็นรถคันนี้นั่นเอง

ด้านขุมกำลังนั้น ก็ยังคงเป็นเหมือนข่าวที่เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้คือ รุ่นแรกจะเน้นไปที่ตลาดญี่ปุ่น (แม้รถจะผลิตในไทย แล้วส่งไปที่นั่น) จึงจะยังมีแค่เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.7 ลิตร 163 แรงม้า ส่งกำลังผ่านห้องเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ลงสู่พื้นด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพาร์ทไทม์ (Part-Time 4WD) ที่สามารถปรับอัตราทดสูงต่ำได้ และสามารถล็อคเฟืองท้ายด้านหลังให้ล้อซ้ายและขวาหมุนเท่ากัน 2 ล้อได้ ในสไตล์รถลุยตัวจริง

นอกเหนือจากตัวรถแล้ว พวกเขายังได้เปิดตัวจักรยานไฟฟ้าแบบ 3 ล้อทรงล้ำ ที่มีชื่อว่า “แลนด์ ฮอปเปอร์” (Land Hopper) อันเป็นอุปกรณ์เสริมที่จะช่วยให้คุณสามารถเดินทางระยะทางใกล้ๆหรือออกนอกเส้นทางหลัก ขณะไปออกแคมป์กับรถ เอฟเจ ได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย เรียกว่าน่าจะเป็นของเล่นที่คนจะเสาะหากันในอนาคตแน่นอน

ในช่วงแรกนี้พวกเขาจะขอโฟกัสที่ตลาดญี่ปุ่นก่อน ส่วนตลาดไทยจะเริ่มกันปีหน้า ส่วนรุ่นดีเซลนั้นขอให้รอไปก่อน ส่วนราคานั้นยังไม่เปิดเผย และใครคิดว่ามันจะสั่นสะเทือนเจ้าตลาดอย่าง “แทงค์ 300” (Tank 300) ไหม? อันนี้ต้องรอลุ้นกันนะขอรับ!



