สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองเจิ้งโจว ประเทศจีน เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่าเส้นทางขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างเมืองเจิ้งโจวกับกรุงเทพฯ วางแผนให้บริการสัปดาห์ละ 3 เที่ยว โดยแต่ละเที่ยวสามารถนำเข้าผลไม้จากไทยได้อย่างต่อเนื่องราว 25 ตัน


นอกจากทุเรียนและส้มโอที่มาถึงในวันแรกแล้ว ผลไม้เมืองร้อนชนิดอื่น เช่น มะพร้าวและชมพู่ จะทยอยเดินทางเข้ามายังมณฑลเหอหนานทางตอนกลางของจีนผ่านเส้นทางนี้ และสามารถผ่านพิธีการทางศุลกากรที่ท่าอากาศยานเจิ้งโจวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ


ศุลกากรท่าอากาศยานเจิ้งโจวได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ อย่างเข้มข้น เพื่อรับรองความสดใหม่ของสินค้า เช่น การตรวจสอบใบรับรองด้วยระบบอัจฉริยะ และการอนุญาตให้ขนย้ายสินค้าออกภายใต้เงื่อนไข อีกทั้งยังใช้ประโยชน์จากพื้นที่ตรวจสอบเพื่อจัดเรียง จัดเก็บ และตรวจสอบสินค้าในคราวเดียว เพื่อย่นระยะเวลาการผ่านพิธีการทางศุลกากรของสินค้าสดให้สั้นที่สุด ทำให้ผลไม้สดจากไทยสามารถ “บินถึงจีนในวันเดียว และออกจำหน่ายได้ในวันถัดไป”


เส้นทางขนส่งสินค้าทางอากาศและะการผ่านพิธีการทางศุลกากรอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประเภทสินค้าที่นำเข้าผ่านทางอากาศของเมืองเจิ้งโจวขยายให้ครอบคลุมสินค้ากว่า 30 ชนิด อาทิ ถึงผลไม้ อาหารทะเลสดแช่แข็ง และสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค ช่วยให้ปริมาณการนำเข้าสินค้าสดเพิ่มขึ้นและมีคุณภาพสูงขึ้น


นายจี้ต้าข่าย เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจของสำนักบริหารด่านเขตการบินเมืองเจิ้งโจว กล่าวว่า ผลไม้เหล่านี้ยังสามารถกระจายต่อไปยังมณฑลใกล้เคียงได้อย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคจำนวนมากขึ้น และการกลับมาเปิดให้บริการเส้นทางการบินและการยกระดับบริการศุลกากรในครั้งนี้ ทำให้ผู้บริโภคจีนได้บริโภคสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น


ขณะเดียวกัน เป็นการเพิ่มช่องทางการเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ตอนกลางของจีนกับตลาดสินค้าสดจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ซึ่งจะช่วยเสริมแรงขับเคลื่อนใหม่ ๆ ให้กับการเปิดกว้างของจีนที่มุ่งเชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอก.

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES