เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่บริเวณท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศ ทยอยเดินทางมารอเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างต่อเนื่อง หลังสำนักพระราชวัง มีประกาศให้ประชาชนทั่วไป เข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวันตั้งแต่วันจันทร์ ที่ 27 ต.ค. 68 เวลา 08.30-16.00 น.

ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นางทองใบ เสริมสกุล อายุ 87 ปี เจ้าของโรงเรียนวิทยาลัยเทคโนโลยีพังโคน จ.สกลนคร เปิดเผยว่า ได้เดินทางมาจาก จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 25 ต.ค. โดยพักอยู่ที่บ้านของบุตรชายที่กรุงเทพมหานคร หลังจากทราบข่าวการสวรรคตของพระองค์ ตนร้องไห้ จนถึงตอนนี้ ร้องตลอดร้องอยู่ทุกวัน ทั้งนี้ตนเป็นผู้ได้รับหลวงปู่ทวด จากพระหัตถ์ของสมเด็จพระพันปีหลวง 2 รูป และเคยเข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่าน ครั้งเสด็จไปยัง จ.สกลนคร ถึง 3 ครั้ง และตนระลึกถึงพระคุณของท่านมาโดยตลอด ก่อนนอนก็ไหว้พระฉายาลักษณ์ของพระองค์ทุกคืน

“แม้ตอนนี้สุขภาพของตนจะไม่ค่อยแข็งแรง เพราะเป็นมะเร็งระยะที่ 4 แต่ยังมีใจที่อยากจะมากราบพระองค์ท่าน หากได้กราบแล้วก็รู้สึกดีใจ ถึงแม้ตายก็ไม่เสียดาย” นางทองใบ กล่าว

นางทองใบ ยังกล่าวต่อว่า ครั้งหนึ่งเคยถวายเงินให้พระองค์ท่าน และท่านได้ตรัสว่า “จะนำเงินนี้ไปช่วยศูนย์ศิลปาชีพ” ครั้งนั้นแม้จะอยากพูดว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างมาก แต่กลับพูดไม่ออกเพราะตื้นตัน พระองค์ท่านเป็นผู้มีพระเมตตามากที่สุด ที่อยู่ได้ทุกวันนี้เพราะได้บุญบารมีของท่าน นอกจากนี้ตนเองยังเป็นผู้ได้รับรางวัลแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำปีพุทธศักราช 2544 และได้รับพระราชทานเข็มกลัดดังกล่าว จากพระหัตถ์ของพระองค์ท่าน ซึ่งในวันนี้ก็ได้ติดมาด้วย

ส่วนสิ่งที่ประทับใจพระองค์เป็นที่สุดนั้น เป็นในเรื่องของความเมตตาของพระองค์ท่าน เพราะท่านดูแลเรามาโดยตลอด แม้จะไม่ได้ดูอยู่ใกล้ๆ ท่านก็ดูแลประชาชนอยู่ไกลๆ มาโดยตลอด ดีใจและประทับใจในส่วนนี้เป็นที่สุด และไม่ว่าจะไปไหน ก็จะนำพระฉายาลักษณ์ของพระองค์พกติดตัวไปด้วย

หากตนสื่อสารไปถึงพระองค์ได้ “อยากให้ท่านขึ้นไปสู่สวรรคาลัยชั้นสูงสุดบนฟากฟ้า และให้ท่านได้ไปพบกับพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นพระบิดาของพวกเรา อยากให้ท่านพบกับพระองค์และเคียงคู่กัน ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้า ตนขอเป็นลูกของพระองค์ท่านตลอดไป”