เมื่อวันที่ 27 ต.ค. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 3/2568 ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ 2 ประเด็น คือ 1.ร่างประกาศคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม เรื่อง ประเภท ขนาด และลักษณะของแหล่งกำเนิดมลพิษ และประเภทหรือกลุ่มของประชาชนที่ได้รับหรืออาจได้รับมลพิษ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….(กรณีฝุ่น PM2.5) ซึ่งกำหนดประเภทและขนาดของแหล่งกำเนิดมลพิษ เป็น 12 ประเภท และแบ่งกลุ่มประชาชนที่ได้รับหรืออาจได้รับมลพิษออกเป็น บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า15 ปีบริบูรณ์ หญิงตั้งครรภ์ หรือบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป บุคคลซึ่งมีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหืด และกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด
2. แนวปฏิบัติการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพในกลุ่มแรงงานที่ไม่มีนายจ้าง ภายใต้กฎกระทรวงการตรวจสุขภาพของแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2567 ซึ่งปัจจุบัน มีแรงงานนอกระบบกลุ่มเสี่ยง 5 โรคที่ควรได้รับการดูแลตามมาตรา 27 จำนวน 5,376,542 คน ประกอบด้วย โรคหรืออาการสำคัญของพิษจากสารกำจัดศัตรูพืช 5,281,220 คน โรคจากแอสเบสตอสหรือโรคมะเร็งจากเอสเบสตอส 60,029 คน โรคจากฝุ่นซิลิกา 2,072 คน โรคพิษตะกั่วหรือสารประกอบของตะกั่ว 12,642 คน และโรคจากภาวะอับอากาศ 17,579 คน โดยได้มอบฝ่ายเลขาฯประสานกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเสนอคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงานประกันสังคมต่อไป
นายพัฒนา กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์โรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมที่สำคัญต่อสุขภาพของประชาชน ในปี 2569 ได้กำหนด 4 มาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค กรณีฝุ่น PM2.5 ได้แก่ 1.การเฝ้าระวังโรคจากการรับสัมผัสฝุ่น PM2.5 และ 2.การจัดบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ของหน่วยบริการสุขภาพ 3.สร้างความรอบรู้และสื่อสารความเสี่ยง และ 4.ขับเคลื่อนกฎหมาย นโยบาย และมาตรการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนมาตรการภายใต้การประกาศเขตพื้นที่ฯ ทั้งการลดการสัมผัส การสื่อสารความเสี่ยง การเฝ้าระวังเชิงรุก/เชิงรับ และการแจ้งระบบรายงานและการสอบสวนโรค.



