เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่ จ.สมุทรสาคร กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ (Kick Off) โครงการ “แรงงานประมงรู้เท่าทัน สร้างภูมิคุ้มกันด้านยาเสพติด” โดยมีพ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน พร้อมกล่าวว่า แรงงานประมงถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เนื่องจากลักษณะงานที่ต้องอยู่ห่างไกลครอบครัวและอยู่ภายใต้ความกดดันสูง กระทรวงแรงงานจึงจัดโครงการ “แรงงานประมงรู้เท่าทัน สร้างภูมิคุ้มกันด้านยาเสพติด” ขึ้น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดรู้เท่าทันและปฏิเสธยาเสพติดได้อย่างมั่นใจ และบรรลุการเปลี่ยนแปลงใน 3 มิติ คือ 1. แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดปัญหาอาชญากรรมและหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 2. สถานประกอบการประมงเป็นพื้นที่ปลอดภัย และ 3. ภาคประมงไทยได้รับการยอมรับในระดับสากลในฐานะอุตสาหกรรมที่มีธรรมาภิบาลและดูแลแรงงานอย่างมีคุณภาพ ตลอดจนเพื่อให้แรงงานประมงทุกคนมีความสุข ปลอดภัย และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศอย่างยั่งยืน  

ด้าน ร.อ.สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของกรมฯ ที่ต้องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันไม่ให้แรงงานประมงเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. มาดำเนินงานในพื้นที่ 3 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ก่อนขยายผลให้ครอบคลุมทั้ง 22 จังหวัดชายทะเลทั่วประเทศ เพื่อให้แรงงานประมงทุกคนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษ พิษภัย และผลกระทบของยาเสพติด สามารถช่วยกันเฝ้าระวัง และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งปลอดยาเสพติดได้ในระยะยาว

ภายในงานมีการอบรมให้ความรู้ การแจกสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโทษและพิษภัยของยาเสพติดในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ อาทิ โปสเตอร์ แผ่นพับ คู่มือแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มแรงงานประมง 4 ภาษา คือ ไทย เมียนมา กัมพูชา ลาว นอกจากนี้ ยังมีการส่งมอบชุดตรวจสารเสพติด และการอบรมสร้างองค์ความรู้และฝึกทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) เพื่อสร้างการตระหนักรู้และความร่วมมือระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง และภาคีเครือข่าย ตลอดจนส่งเสริมการเกิดอาสาสมัครป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกิจการประมง (อปส.) สำหรับจังหวัดสมุทรสาคร ถือเป็นพื้นที่สุดท้ายใน 3 จังหวัดนำร่อง หลังจากได้จัดกิจกรรมไปแล้วที่จังหวัดเพชรบุรี และสมุทรสงคราม โดยในแต่ละพื้นที่ได้รับความร่วมมือจากนายจ้าง ลูกจ้าง และหน่วยงานในระดับพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 400 คน