นายรักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) หรือ BAM เปิดเผยว่า บริษัทฯ กำลังเจรจากับพันธมิตร (พาร์ทเนอร์) กลุ่มธุรกิจการเงินและธนาคาร 4 ราย คิดเป็นมูลหนี้รวม 50,000 ล้านบาท โดยเชื่อว่าจะสร้างผลกำไรและเรียกเก็บได้

ทั้งนี้ พันธมิตรที่อยู่ระหว่างเจรจาแบ่งเป็น 2 รายแรกจะไม่จัดตั้งบริษัทร่วมทุน แต่ใช้วิธีขายขาด หรือขนสินทรัพย์มาให้ BAM บริหารจัดการทันที โดยจะเริ่มมีความชัดเจนและโอนย้ายสินทรัพย์เข้ามาในช่วง เดือนก.ค.นี้ ส่วนอีก 2 ราย จะมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (เจวีเอเอ็มซี) ตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ทั้งนี้ ในส่วนของผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 69 นั้น สามารถสร้างผลเรียกเก็บได้ 3,026 ล้านบาท และมีกำไรกว่า 217 ล้านบาท ถึงแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจยังคงมีความผันผวนแต่ BAM ยังสามารถรักษาผลประกอบการให้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ จากการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขายอย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมคงเป้าหมายผลเรียกเก็บในปีนี้ไว้ที่ 17,900 ล้านบาท แบ่งเป็น หนี้เอ็นพีแอล 10,500 ล้านบาท และเอ็นพีเอ 7,400 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายกำไรสุทธิ 2,000 ล้านบาท ด้วยการวางแนวทางการสร้างกระแสเงินสดทั้งจากการปรับโครงสร้างหนี้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ยังช่วยกลุ่มเปราะบางในการเข้าถึงโอกาสในการมีที่อยู่อาศัยได้มากขึ้นผ่านโครงการทรัพย์มหาชน พลัส รวมไปถึงการใช้กลยุทธ์ 3 ฟันเฟือง ได้แก่ ฟันเฟืองที่ 1 ด้วยการบริหารเอ็นพีแอลและเอ็นพีเออย่างเข้มข้น, ฟันเฟืองที่ 2 การลงทุนในระบบพร้อมการทำอี-มาร์เก็ตเพลส และฟันเฟืองที่ 3 การสร้างคนด้วย Hybrid Talent ซึ่งจะช่วยทำให้โครงสร้างรายได้ของ BAM มีเสถียรภาพมากขึ้น พร้อมนำไปสู่การเติบโตขององค์กรได้อย่างยั่งยืน