เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่ประเทศมาเลเซีย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงการลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างรัฐบาลไทยและสหรัฐอเมริกา ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาความหลากหลายของห่วงโซ่อุปทานของแร่ธาตุสำคัญในระดับโลกและการส่งเสริมการลงทุน ว่า ความตกลงดังกล่าวนั้น ไม่มีผลผูกมัดทางกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นข้อตกลงที่จะเกิดประโยชน์ต่อไทยให้ได้รับความรู้และการส่งเสริมความร่วมมือเกี่ยวในด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การลงทุน การสร้างห่วงโซ่อุปทานในเรื่องนี้ ซึ่งในปัจจุบันแร่ธาตุจำเป็นต่างๆ (Critical Minerals) มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการพัฒนาอุตสาหกรรมหลากหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเซมิคอนดักเตอร์ หรืออุตสาหกรรมที่พึ่งพาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขณะที่นายกรัฐมนตรีหวังว่าฝ่ายสหรัฐ จะช่วยสนับสนุนไทยในการเจรจาเกี่ยวกับการปรับอัตราภาษีนำเข้าระหว่างกันให้เกิดความเป็นธรรมต่อทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อลดผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย ให้บรรลุผลสำเร็จโดยเร็ว



