สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ว่า นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ให้การต้อนรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในโอกาสเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวกับทาคาอิจิว่า ญี่ปุ่นกับสหรัฐ “จะเป็นพันธมิตรในระดับแข็งแกร่งที่สุด” และแสดงความเชื่อมั่นว่า เธอจะเป็นนายกรัฐมนตรียิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ขณะที่ทาคาอิจิกล่าวตอบว่า ทั้งสองประเทศมีความผูกพันกัน “อย่างลึกซึ้ง” และรัฐบาลโตเกียวชุดปัจจุบัน ต้องการสร้าง “ยุคทองใหม่ของความเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่น”
高市総理大臣 トランプ大統領 対面では初めてとなる日米首脳会談へ
— NHKニュース (@nhk_news) October 28, 2025
きょうの動きを随時更新でお伝えします↓https://t.co/RhOTueCgqp#nhk_video pic.twitter.com/4LNkEhryQk
สำหรับประเด็นสำคัญของการหารือ เน้นไปที่การส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าและความมั่นคงเป็นสำคัญ โดยทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมา ว่าผู้นำทั้งสองประเทศลงนามร่วมกันในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ “สร้างความมั่นคง” ด้านอุปทานของแร่ธาตุสำคัญ และแร่หายาก ที่จะช่วยให้ทั้งญี่ปุ่นและสหรัฐ สามารถบรรลุความยืดหยุ่นและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญและแร่หายาก
日米首脳会談 高市首相「日米同盟の新たな黄金時代を」
— NHKニュース (@nhk_news) October 28, 2025
きょうの動きを随時更新でお伝えします↓https://t.co/RhOTueCgqp#nhk_video pic.twitter.com/l9PseWFZqK
ก่อนการพบหารือกับทาคาอิจิ ทรัมป์เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ที่พระราชวังอิมพีเรียล ในกรุงโตเกียว เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์กราบบังคมทูลในตอนหนึ่งว่า สหรัฐและญี่ปุ่นมี “มิตรภาพที่ยิ่งใหญ่”
อนึ่ง การเยือนญี่ปุ่นของผู้นำสหรัฐไม่ใช่เรื่องภาพลักษณ์เท่านั้น แต่ยังถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงจีนและอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย ว่าสหรัฐยังคงกระชับความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้น.
เครดิตภาพ : AFP



