ด้วยตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม จึงร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำอย่าง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอสซีจี เจดับบลิวดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนาและศึกษาดูงานในหัวข้อ “เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าด้วยระบบ TMS และแนวคิด Toyota Production System (TPS)” ภายใต้กรอบความร่วมมือของ Commercial Japan Partnership Technologies Corporation (CJPT)
ภายในงานนายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี โดยมี นางสาวจุฑารัตน์ อาชวรัตน์ถาวร ผู้อำนวยการกองโลจิสติกส์ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย Mr. Minoru Chida Executive Vice President– Chief Operating Officer บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และคณะผู้บริหารจาก SCG JWD Logistics ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและองค์ความรู้ด้านการจัดการขนส่งสินค้า

การสัมมนาครั้งนี้มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการโลจิสติกส์ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยใช้ระบบ Highly Efficient Transportation Operation Support System (E-TOSS) เป็นเครื่องมือหลัก ระบบดังกล่าวเป็นผลลัพธ์จากการพัฒนาและประยุกต์ใช้แนวคิด Toyota Production System (TPS) ซึ่งเน้น “การลดความสูญเปล่า ” และ “การเพิ่มคุณค่าในทุกกระบวนการ
E-TOSS ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนเส้นทางการขนส่ง และจัดการน้ำหนักบรรทุกได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดระยะเวลาการขนส่ง ลดจำนวนรอบรถที่ไม่จำเป็น และช่วยลดต้นทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม ที่สำคัญยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของภาวะโลกร้อน ถือเป็นแนวทาง “โลจิสติกส์สีเขียว (Green Logistics)” ที่ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก (SDG 13–Climate Action) ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ของ น.ส.ณัฐฐิยา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้และการแบ่งปันความรู้เชิงนวัตกรรมแก่ผู้ประกอบการไทย กิจกรรมครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs จำนวน 39 คน จาก 22 กิจการทั่วประเทศ เข้าร่วมสัมมนาและศึกษาดูงาน เพื่อเรียนรู้การประยุกต์ใช้ระบบ TMS และ TPS ในการบริหารจัดการธุรกิจโลจิสติกส์

ภายหลังการสัมมนา จะมีการคัดเลือกสถานประกอบการจำนวน 5 แห่ง เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำระบบ E-TOSS ไปใช้จริงในสถานประกอบการ และคัดเลือก 2 กิจการต้นแบบ เพื่อรับคำปรึกษาเชิงลึกและทดลองใช้ระบบในเชิงปฏิบัติ การดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยสร้าง “ต้นแบบธุรกิจโลจิสติกส์ยั่งยืน” ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่นต่อไปในอนาคต
ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชน ภายใต้เป้าหมายเดียวกันคือ “การสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” (Sustainable Value Chain) ซึ่งสอดคล้องกับ SDG 9 – อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน และ SDG 12–การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
เมื่อระบบโลจิสติกส์ได้รับการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก ขณะเดียวกันยังช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยในฐานะ “ผู้นำธุรกิจสีเขียว” ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่.



