ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงติดตามเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในทุกแห่งหนทั่วประเทศ และดำเนินพระราชกรณียกิจโครงการต่าง ๆ เพื่อบำบัดทุกข์และบำรุงสุขแก่พสกนิกรของพระองค์ สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแก่ปวงชนชาวไทย ซึ่ง “ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่า” อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เป็นอีกหนึ่งโครงการในพระราชดำริของโครงการศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่สร้างความเป็นอยู่ดีให้กับพสกนิกรชาวบ้านเขาเต่าจนถึงปัจจุบัน

นางณัฐากาญจน์ เอี่ยมสำอางค์ อายุ 76 ปี ประธานกลุ่มศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่า เล่าด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเสด็จพระราชดำเนินมา ณ ศูนย์ทอผ้าบ้านเขาเต่าแห่งนี้ว่า ครั้งแรกที่พระองค์ท่านเสด็จเข้ามาในโรงทอผ้าเขาเต่า รู้สึกประหม่านิดหน่อย ทั้งสองพระองค์ได้ตรัสถามเราว่า “เป็นไงบ้างคะ สบายดีไหม?” ชาวบ้านทั้ง 13 คน ที่เฝ้ารับเสด็จต่างไม่มีใครกล้าพูดอะไรเลยสักคำได้แต่ยิ้มอย่างเดียว เพราะพวกเราประหม่าและไม่กล้าพูด ไม่รู้จะใช้คำราชาศัพท์แบบไหน พระองค์ท่านได้มาสอนพวกเราทุกอย่างเกี่ยวกับการทอผ้า ชนิดของผ้า จะมีการยกดอก ยกดอกก็มีหลายลาย มีผ้าโสร่ง ผ้าขาวม้า ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ มีตัดเสื้อผ้าสำเร็จรูป ซึ่งเราได้มีโอกาสถวายพระองค์ท่าน 2 ครั้ง ที่เมืองทองธานี จ.นนทบุรี

“ความรู้สึกที่มีต่อพระองค์ท่านหาที่สุดมิได้ รักพระองค์มาก รักโดยที่ไม่ต้องมีใครมาบังคับ รักแบบชื่นชมและบูชา ทั้งสองพระองค์ ท่านเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ เป็นทั้งผู้ให้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์ท่านให้มา ทำให้ชาวเขาเต่าทุกคนได้มีอาชีพมีรายได้กินดีอยู่ดีมาจนถึงทุกวันนี้ รู้สึกปลาบปลื้มเป็นล้นพ้น จึงสั่งลูกสั่งหลานให้ทำอาชีพนี้ต่อไป ถึงแม้พระองค์ท่านจะทรงเสด็จสวรรคตไปแล้วก็ขอให้ทำต่อไป” นางณัฐากาญจน์ กล่าว

ด้านนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน กล่าวว่า ศูนย์ฝึกอบรมทอผ้าเขาเต่า ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2507 – พ.ศ.2536 รวม 29 ปี และได้หยุดการดำเนินงานทอผ้าในปี พ.ศ.2536 – 2545 รวม 9 ปี ด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน เช่น ค่าจ้าง แรงงาน สมาชิกที่ทอผ้า และขาดการสนับสนุนต่าง ๆ จากหน่วยงานราชการทั้งภาครัฐและเอกชนด้านตลาดและอื่น ๆ ต่อมาในปี พ.ศ.2545 ได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ สมัยนั้น และเทศบาลเมืองหัวหินร่วมกับคณะกลุ่มแม่บ้านเขาเต่าที่มีความประสงค์จะอนุรักษ์และฟื้นฟูการทอผ้าให้คงอยู่ จึงได้ร่วมกันพัฒนาปรับปรุงซ่อมแซมตัวอาคารสถานที่ที่ชำรุดหักพัง เปลี่ยนหลังคาเดิมเป็นสังกะสีมาเป็นมุงกระเบื้อง และทำห้องน้ำโดยได้รับความร่วมมือจากราษฎรในพื้นที่ คณะนักศึกษาที่มาพักแรม คณะทหารจากหาดทรายใหญ่ซึ่งได้รับงบประมาณจากเทศบาลเมืองหัวหินในการบูรณะต่อเติมอาคารสถานที่ในการทอผ้า อาคารแสดงสินค้า และอื่น ๆ ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มทอผ้า จำนวน 25 คน ได้รับความอนุเคราะห์จากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค 8 นำอาจารย์มาสอนการทอผ้ายกดอกแบบต่างๆ อีกมากมาย และทางกลุ่มได้ขึ้นทะเบียนหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ผ่านการคัดสรรในระดับจังหวัด 4 ดาวในปี 2546 จึงได้พัฒนาฟื้นฟูการทอผ้ามาจนถึงปัจจุบันนี้