ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดดงน้อย ต.กกโก อ.เมือง จ.ลพบุรี นายก่อภณ ฮุ้นสกุล นายกเทศมนตรีตำบลกกโก เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงานสืบสานวัฒนธรรม “ยลถิ่นกกโก ทำบุญใหญ่โต แห่เทียน 9 วัด” ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นการร่วมกันของประชาชนชาวเทศบาลตำบลกกโกและพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้เพื่อให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวสายบุญที่เดินทางมาเพียงวัดเดียวได้ทำบุญ ร่วมกันถึง 9 วัด ซึ่งประกอบด้วย วัดดงน้อย วัดป่าสัก วัดกกโก วัดบ้านไร่ วัดขุนนวน วัดบ้านใหม่ วัดโคกม่วง วัดใหม่จำปาทอง และ วัดอัมพวัน

โดยการจัดงานจะมีขึ้น ระหว่างวันที่ 20 – 26 กรกฎาคม 2569 รวม 7 วัน 7 คืน ซึ่งภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้ชมมหรสพ การแสดงศิลปวัฒนธรรมแบบเต็มอิ่ม ชมการประกวดเทพีนางเทียน หรือนางงามเทียนพรรษาของแต่ละชุมชน นอกจากนี้ยังจะได้ชมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังที่เดินทางมาร่วมงานมากมาย สำหรับพิธีหล่อเทียนพรรษาจะมีขึ้นในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป ส่วนพิธีแห่เทียนพรรษา ถวายเทียน 9 วัด จัดขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.00 น.แห่มาตามถนนสายเลี่ยงเมืองลพบุรี มารวมกันยัง วัดดงน้อย ต.กกโก อ.เมืองลพบุรี พร้อมกันนี้นักท่องเที่ยวจะได้ชมขบวนแห่เทียนพรรษาสุดยิ่งใหญ่ตระการตาจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ และ หน่วยงานในพื้นที่จังหวัดลพบุรี กว่า 40 หน่วยงานที่แต่งกายกันอย่างสวยงามนับพันคน

ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าวเพื่อเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาและถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในเทศกาลวันเข้าพรรษา ประจำปี 2569 เพื่อเป็นการส่งเสริม สืบสาน และอนุรักษ์ ประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่มีมาแต่โบราณ เพื่อให้เด็ก เยาวชน ประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันทำนุบำรุงสืบสานพระพุทธศาสนาและยังเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดี ซึ่งเป็นการสร้างให้เกิดความรัก ความสามัคคี ของคนในชุมชน และประชาชน โดยจะได้ร่วมกันทำบุญ ร่วมกันและยังเป็นการปลูกฝังค่านิยม  ขนบธรรมเนียมประเพณี  วัฒนธรรม สร้างความภาคภูมิใจ ให้กับเด็ก เยาวชน ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ต่อไป

ประเพณีหล่อเทียนพรรษา 9 วัดของจังหวัดลพบุรี เป็นประเพณีสำคัญของไทยที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาที่เป็นการถวายเทียนแก่พระสงฆ์ไว้ใช้จุดเป็นการบูชาพระรัตนตรัยในช่วงเข้าพรรษา การหล่อเทียนพรรษาเป็นกิจกรรมที่แสดงถึงความสามัคคีของคนในชุมชนและเป็นการส่งเสริมพระพุทธศาสนา ส่วนประเพณีแห่เทียนพรรษาเกิดจากความจำเป็นที่สมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้าใช้เช่นปัจจุบัน เมื่อพระภิกษุอยู่รวมกันมาก ๆ จะใช้ในการปฏิบัติกิจวัตร เช่น การสวดมนต์ตอนเช้ามืดและพลบค่ำ การศึกษาพระปริยัติธรรม การบูชาพระรัตนตรัย ฯลฯ จำเป็นต้องใช้แสงสว่างจากเทียน ดังนั้น ชาวบ้านในอดีต จึงได้ร่วมกันนำเทียนมาถวาย ซึ่งช่วงต้นก็คงจะถวายเป็นเทียนเล็กๆธรรมดา ครั้นต่อมาก็ได้มีการมัดเทียนเล็กๆ มารวมกันเป็นต้น คล้ายต้นกล้วยหรือลำไม้ไผ่ แล้วติดกับฐาน ที่เรียกกันว่า ต้นเทียน หรือ ต้นเทียนพรรษา และก็วิวัฒนาการมาเรื่อย ๆ จนเป็นเทียนพรรษาอย่างที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน