เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 ก.ค. 69 ที่รัฐสภา มีการประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองประธาน กมธ. คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เริ่มพิจารณางบประมาณ มาตรา 8 กระทรวงกลาโหม วงเงิน 203,284,703,200 บาท จำแนกเป็น สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 9,316,871,200 บาท กองทัพบก 96,250,745,900 บาท กองทัพเรือ 43,382,518 ,600 บาท กองทัพอากาศ 39,305,458,100 บาท กองบัญชาการกองทัพไทย 13,991,221,500 บาท สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ 1,037,887,900 บาท
พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เข้าชี้แจงด้วยตัวเอง พร้อมตอบข้อซักถามของ กมธ.เรื่องการงบประมาณด้านบุคลากรที่เพิ่มขึ้น การปรับลดกำลังพลทุกระดับ ตั้งแต่ทหารชั้นนายพล ชั้นประทวน และอาสาสมัคร ว่า สำหรับงบประมาณด้านบุคลากรของกระทรวงกลาโหมที่เพิ่มขึ้น เกิดจากการตั้งงบประมาณเพื่อรองรับการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน และเจ้าหน้าที่รัฐตามนโยบายของรัฐบาลที่กําหนดให้เพิ่มเงินเดือน 10% ภายใน 2 ปี โดยปริญญาตรี 18,000 บาท
ส่วนการปรับลดกําลังพล ในขณะที่งบบุคลากรเพิ่มขึ้นนั้น ว่า เป็นไปตามนโยบายการปฏิรูปการบริหารจัดการของกระทรวงกลาโหมและแผนจัดหากําลังพลระยะ 5 ปี 2566-2570 มีการปรับลดกําลังพล นายทหารชั้นสัญญาบัตร ทหารชั้นประทวน และพลอาสาสมัคร 5% จำนวน 14,598 นาย ปี 2566 ปลัดลด 3,370 นาย ต่อเนื่องไปจนถึงปัจจุบันลดลงแล้ว 10,274 นาย และยังอยู่ในเป้าหมาย แผนการดําเนินการของกระทรวงกลาโหม ในขณะที่การปรับลดนายทหารชั้นนายพล นายทหารชั้นปฏิบัติการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ และนายทหารปฏิบัติการประจําหน่วย มีแผนปรับลดปี 2551-2571 รวม 20 ปี ลด 50% ยืนยันว่าการปรับลดเป็นไปตามเป้าหมาย ในขณะรายละเอียดขอส่งเป็นเอกสาร
ความคืบหน้าโครงการทหารอาสา ตามนโยบายของรัฐบาล รับสมัครบุคคลที่เป็นทหารกองเกินอายุ 18-20 ปี และอายุ 22-26 ปี เข้าเป็นพลทหารอาสา โดยทําสัญญาจ้าง 4 ปี เงินเดือน 12,090 บาท ค่าตอบแทนพิเศษ 2,280 บาท หรือ 96 บาทต่อวัน เท่ากับอัตราค่าประกอบเลี้ยงของทหารประจําการ เป้าหมายรับสมัคร 100,000 อัตรา แบ่งเป็น 4 ระยะ ปี 2570-2573 ปีละ 25,000 นาย ถือเป็นสัญญาเชิงบวกที่สามารถดําเนินการตามแผนงานที่กําหนด มีผลในเรื่องของการลดยอดการเรียกเกณฑ์ตามลําดับของแต่ละปี หากเป็นไปตามเป้าหมายจากที่เราเกณฑ์และมีการรับสมัครใจ จะทำให้การเรียกเกณฑ์ลดน้อยอย่างมีนัย หรืออาจจะไม่มีเลย



