เรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันน่าประทับใจเมื่อครั้งที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรทัศนียภาพอันสวยงามของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย เมื่อเช้าวันที่ 6 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2498

นายทนง สุวรรณสิงห์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองเลย ถ่ายทอดความปลื้มปีติและความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ในฐานะบุตรของควาญช้างผู้มีโอกาสถวายการรับใช้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ว่า

“การเสด็จฯ ในครั้งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยทั้งสองพระองค์ได้มีพระราชประสงค์ที่จะประทับช้างร่วมกันเพียงเชือกเดียว คือ “พลายคำหมื่น” ซึ่งเป็นช้างที่มีลักษณะดี มีความเชื่อง และมีนิสัยไม่ดุร้าย โดยมีบิดาของผู้เล่าเรื่องทำหน้าที่เป็นควาญช้างถวายการรับใช้”

นายทนง เล่าต่ออีกว่า “บิดาได้รับมอบหมายให้นำช้างไปรับเสด็จที่ “เกย” และนำเสด็จฯ ไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญบนภูกระดึง เช่น น้ำตกและทุ่งหญ้า ใช้เวลารวมกว่า 3 ชั่วโมงบนภู ซึ่งในช่วงหนึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระเมตตาสอบถามถึงอาหารของช้าง และทรงสังเกตเห็นความน่ารักของพลายคำหมื่น โดยทรงรับสั่งว่า “ขนตางอนจังเลย””

เพื่อเป็นสิริมงคลและขวัญกำลังใจแก่ผู้ถวายการรับใช้ในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานเหรียญที่ระลึกการเสด็จฯ ครั้งนี้แก่ควาญช้างด้วย นับเป็นภาพและเรื่องราวแห่งความจงรักภักดีที่ชาวจังหวัดเลยต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นภาพมงคลที่ถูกสำเนาและขยายไปติดตั้งตามบ้านเรือนของชาวจังหวัดเลยทุกอำเภอจวบจนปัจจุบัน.