สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองกาซาซิตี ฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ว่า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของฉนวนกาซา ออกแถลงการณ์ว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย จากปฏิบัติการโจมตีของกองทัพอิสราเอล ซึ่งมุ่งเป้าไปยังหลายพื้นที่ในฉนวนกาซา


ด้านสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลออกแถลงการณ์ ว่านายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล สั่งการให้กองทัพ “ปฏิบัติการโจมตีอย่างหนักหน่วง” ในฉนวนกาซา ขณะที่นายอิสราเอล คัตซ์ รมว.กลาโหมอิสราเอล กล่าวว่า กลุ่มฮามาสละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ด้วยการเป็นฝ่ายโจมตีทหารอิสราเอล ซึ่งบางส่วนยังคงประจำการอยู่ในฉนวนกาซา “ถือเป็นการล้ำเส้นแดงอย่างร้ายแรง”


ทั้งนี้ รัฐมนตรีของอิสราเอลไม่ได้กล่าวว่า เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นที่ไหนในฉนวนกาซา ขณะที่กลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ว่า “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทหารอิสราเอลถูกโจมตี ที่เมืองราฟาห์” ซึ่งเป็นเมืองใหญ่และตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา


อีกด้านหนึ่ง นายเจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเยือนอิสราเอลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยืนยันว่า ข้อตกลงหยุดยิงระยะที่หนึ่ง ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ตามแนวทางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยังดำเนินอยู่ แต่ “นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการปะทะเล็กน้อยเกิดขึ้น”


อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ดำเนินไปด้วยความเปราะบางมาตลอด นับตั้งแต่เริ่มเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยข้อขัดแย้งสำคัญตอนนี้ เกี่ยวกับการค้นหาและส่งศพของตัวประกันซึ่งอิสราเอลกล่าวหาว่า กลุ่มฮามาสบิดพลิ้วไม่ส่งคืนศพตามกำหนด แต่กลุ่มฮามาสกล่าวว่า ต้องใช้เวลาในการค้นหาศพ ท่ามกลางซากปรักหักพังที่ถูกทำลายเพราะอิสราเอล.

เครดิตภาพ : AFP