เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 68 พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รอง ผบช. ในฐานะโฆษก สตม.) เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ได้สั่งการให้กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (บก.สส.สตม.) ตรวจสอบสถานะของคนเกาหลีใต้ ตามรายชื่อที่มีข่าวการถูกลักพาตัว
การตรวจสอบครั้งนี้มีขึ้นหลังปรากฏรายงานในสื่อเกาหลีใต้ (The Korea Herald และ The Korea Economic Daily) ที่ระบุว่าพบข้อมูลชาวเกาหลีใต้ที่ถูกลักพาตัวในประเทศไทยจำนวน 11 ราย จนมีการเผยแพร่ในสื่อไทย และเกิดข้อสงสัยว่า ประเทศไทยเป็นดินแดนอันตรายต่อคนต่างชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ สตม. ในฐานะที่รับผิดชอบการผ่านแดนและควบคุมการพำนักของคนต่างชาติ ต้องเร่งชี้แจงข้อเท็จจริง
ผลการตรวจสอบล่าสุด สรุปได้ดังนี้ :
จากการตรวจสอบข้อมูลคนเกาหลีใต้ทั้ง 11 คน พบว่ามีเพียง 7 ราย ที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับประเทศไทย โดยแบ่งออกเป็น :
- 1. เดินทางเข้าและออกไปแล้ว (5 ราย)
- นาย KIM Younghyun อายุ 30 ปี : เดินทางเข้า 11 เม.ย. 68 และเดินทางกลับเกาหลี 14 เม.ย. 68 (เข้า-ออกทางสนามบินเชียงใหม่)
- นาย LIM Seunghyeon อายุ 34 ปี : เดินทางเข้า 23 มี.ค. 68 เดินทางกลับเกาหลี 16 เม.ย. 68 (เข้า-ออกทางสนามบินสุวรรณภูมิ)
- นาย PARK Gunwook อายุ 33 ปี : เดินทางเข้า 20 ก.พ. 68 กลับเกาหลี 4 มิ.ย. 68 (เข้า-ออกทางสนามบินสุวรรณภูมิ)
- นาย RYU Hansu อายุ 30 ปี : เดินทางเข้า 7 พ.ค. 68 ทางสนามบินดอนเมือง และออกไปกัมพูชา 10 พ.ค. 68 (ออกทางสนามบินสุวรรณภูมิ)
- นาย JEONG Kihoon อายุ 37 ปี : เดินทางเข้า 22 ส.ค. 68 เดินทางกลับเกาหลี 25 ก.ค. 68 (เข้า-ออกทางสนามบินสุวรรณภูมิ)
- 2. ถูกผลักดันกลับประเทศแล้ว (2 ราย)
- นาย KIM Gyeonghyeon อายุ 30 ปี : เดินทางเข้า 31 พ.ค. 68 ทางจุดตรวจถาวร บ้านคลองลึก จ.สระแก้ว และถูกจับกุมพร้อมขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ในฐานะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก่อนถูกผลักดันกลับเกาหลี 1 ก.ค. 68
- นาย NOH Kidong อายุ 34 ปี : เดินทางเข้า 12 เม.ย. 68 ทางสุวรรณภูมิ พบข้อมูลมอบตัวข้อหาอยู่เกินกำหนด (Overstay) และถูกผลักดันกลับเกาหลีไปในวันที่ 12 ส.ค. 66
- 3. ไม่มีข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศไทย (4 ราย)
- นาย IN Seoungkyo
- นาย YOOK Geunyoung
- นาย LEE Sangwon
- นาย PARK Choonhwan
นโยบายป้องกันการถูกหลอก
พล.ต.ต.เชิงรณ กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าว ทาง สตม. จะได้แจ้งให้ทางสถานทูตเกาหลีใต้ทราบต่อไป พร้อมยืนยันว่า ผบช.สตม. ได้กำชับด่าน ตม.สนามบิน ให้แจ้งเตือนคนต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยด้วย Free Visa และเดินทางคนเดียว หรือไม่มีแผนการท่องเที่ยวชัดเจน รวมถึงเดินทางเข้าไทยครั้งแรก ให้ระมัดระวังการถูกหลอกไปทำงานยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีการแจ้งเตือนไปแล้วกว่า 5,000 ราย ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
นอกจากนั้น ยังมีการตั้งด่านสกัดร่วมกับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ จ.ตาก เพื่อคัดกรองชาวต่างชาติที่พยายามข้ามฝั่งไปเมียนมาอีกด้วย ซึ่งเป็นนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกราย
“การเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนว่า ไทยเป็นพื้นที่อันตราย ที่คนต่างชาติถูกอุ้มข้ามชายแดนไปเป็นสแกมเมอร์ มีเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว เช่น กรณีสำนักข่าวต่างประเทศที่อ้างชื่อ นายโอลี ชาวเอธิโอเปีย ซึ่ง สตม. ไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้าไทย หรือกรณี นางแบบสาวชาวเบลารุส ที่บินออกจากไทยไปแล้ว จนมาถึงกรณีคนเกาหลีใต้ 11 รายนี้ ข้อมูลที่ สตม. ตรวจสอบยืนยันว่าส่วนใหญ่ไม่เป็นความจริง” พล.ต.ต.เชิงรณ กล่าว



