เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (22 พ.ค.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. บูรณาการกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี และ สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดปฏิบัติการ “ทลายห้องมืด” นำหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 487/69, 488/69, 489/69 ลงวันที่ 22 พ.ค. 69 เข้าปิดล้อมตรวจค้นห้องพักจำนวน 3 ห้อง ภายในคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านสะพานพระนั่งเกล้า ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ผลการตวจค้นสามารถรวบตัวผู้ต้องหาชาวไนจีเรียได้ทั้งหมด 6 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม

สำหรับเบื้องหลังปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจับกุม “นายแพทริค” เครือข่ายค้ายาเสพติด (โคเคน) ข้ามชาติรายใหญ่พร้อมพวกรวม 4 ราย เมื่อเดือน 18 เม.ย. ที่ผ่านมา มีการตรวจยึดโคเคน 27 กรัม ตรวจยึดทรัพย์สิน 2.5 ล้านบาท ก่อนจะพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงอย่างผิดปกติมายังกลุ่มชาวต่างชาติผิวสีกลุ่มนี้ ซึ่งใช้วีซ่านักเรียน แต่มั่วสุม 5-6 คน อยู่แต่ในห้องพักคอนโดฯ หรูแห่งนี้ ไม่ไปเรียนหนังสือและไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง

ต่อมาจึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดนนทบุรีเข้าตรวจค้น แต่ปรากฏว่า ผู้ต้องหาพยายามล็อกประตู ทางชุดสืบสวนจึงตัดสินใจพังประตูห้องเข้าไป โดยห้องแรก พบผู้ต้องจำนวน 3 ราย และพบโทรศัพท์จำนวน 7 เครื่อง โดยปรากฏหน้าแชตโทรศัพท์ที่ค้างไว้ เป็นการปลอมโปรไฟล์หลอกลวงสาวสูงวัยรูปแบบหลอกให้รัก (Romance scam) โดยพฤติกรรมขณะเจ้าหน้าที่บุกเข้าห้อง มีผู้ต้องหา 1 ราย พยายามจะปีนระเบียงหนี และอีก 1 ราย นอนแอบอยู่ในพื้นห้องน้ำชั้นใน โดยพยายามส่งข้อความโทรศัพท์ไปบอกเครือข่ายห้องอื่นๆ “สารวัตรแจ๊ะ” จึงเร่งนำกำลังบุกพังประตูอีก 2 ห้อง (ตามหมายค้น) ก่อนรวบตัวผู้ต้องหาได้อีก 3 ราย รวมจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 6 ราย ตรวจยึดโทรศัพท์จำนวน 18 เครื่อง และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง

จากการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ เจ้าหน้าที่พบว่า แก๊งนี้ปลอมโปรไฟล์เป็นฝรั่งหน้าตาดี โปรไฟล์หรู เช่น นักบิน, ทหารอเมริกัน, หมอ หรือวิศวกร เพื่อทักแชตไปหลอกลวงหญิงไทยสูงอายุในลักษณะ “โรแมนซ์สแกม” (Romance Scam) หรือหลอกให้รัก ก่อนจะอ้างว่าส่งของมีค่ามาให้แต่ติดศุลกากร ยั่วยวนให้โอนเงินค่าธรรมเนียม ที่น่าตกใจคือ มิจฉาชีพกลุ่มนี้พัฒนาไปไกล มีการใช้ เทคโนโลยี AI เจนเนอเรต (Generate) ใบหน้า เพื่อทำคลิปวิดีโอคอลปลอมตบตาเหยื่อ และพบ “สคริปต์แชตเสียว” ซึ่งเป็นบทสนทนาจิตวิทยาขั้นสูงที่จงใจใช้คำพูดปลุกเร้าอารมณ์ความเหงาและความต้องการทางเพศของหญิงสูงวัย เพื่อนำพาเข้าสู่อารมณ์แห่งราคะ เพียงประโยคเดียวก็สามารถทำให้เหยื่อเคลิบเคลิ้มยอมโอนเงินให้จนหมดบัญชี

สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหา ทั้ง 6 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงแจ้งข้อหาว่า “เป็นอั้งยี่ และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)” ส่วนข้อหาฉ้อโกงและโรแมนซ์สแกม อยู่ระหว่างประสานผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มเติม ก่อนควบคุมตัวนำส่ง สภ.รัตนาธิเบศร์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและ ผบ.ตร. ในการกวาดล้างทุนต่างชาติผิดกฎหมาย ปัจจุบันมิจฉาชีพไม่ได้ใช้แค่รูปปลอมแล้ว แต่ใช้ AI ขยับใบหน้าทำคลิปปลอม และมีบทพูดจิตวิทยาขั้นสูงเล่นกับความเหงาของเหยื่อ

“อยากฝากถึงพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะบุตรหลานที่มีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากมีชาวต่างชาติหน้าตาดี หน้าที่การงานเลิศหรู ทักแชตมาชวนคุยเรื่องลึกซึ้ง และสุดท้ายอ้างว่าส่งของมาให้แต่ติดศุลกากรต้องโอนเงินค่าธรรมเนียม ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเป็นมิจฉาชีพ 100% ห้ามโอนเงินเด็ดขาด” รองจ๋อ กล่าวทิ้งท้าย.