ในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา มีหลายพื้นที่หลายจังหวัดที่ต้องเผชิญกับฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันจนเกิดสถานการณ์น้ำท่วมขัง ซึ่งจากภาพข่าวและภาพจากโซเชียลจะพบว่ามีรถจำนวนมากที่ต้องลุยน้ำท่วมขัง บางคันลุยน้ำท่วมขังสูงปานกลาง บางคันเจอน้ำท่วมขังสูงมาก ปัญหาใหญ่ที่น่ากังวลก็คือหลังจากลุยน้ำท่วมขังแล้วรถของเราจะได้รับความเสียหายหรือไม่ หรือมากน้อยแค่ไหน

ซึ่งปกติแล้วระดับน้ำท่วมที่ไม่ควรขับลุยมีอยู่ 6 ระดับ
1.ระดับน้ำ 5-10 ซม. ไม่อันตรายผ่านได้ทุกคัน
2.ระดับน้ำ 10-20 ซม. ยังปลอดภัยและอาจได้ยินเสียงน้ำใต้ท้องรถและมีคลื่นบ้างเวลาขับสวนกัน
3.ระดับน้ำ 20-40 ซม. เริ่มเสี่ยงสำหรับอีโคคาร์ แต่รถกระบะยังผ่านได้
4.ระดับน้ำ 40-60 ซม. รถเก๋งต้องเลี่ยง รถกระบะเริ่มเสี่ยง ควรปิดแอร์ขณะขับ
5.ระดับน้ำ 60-80 ซม. อันตรายต่อรถทุกประเภท ไม่ชำนาญห้ามขับลุยเด็ดขาด
6.ระดับน้ำเกิน 80 ซม. ระดับน้ำสูงสุดเท่าที่รถจากโรงงานจะสามารถขับผ่านได้

อย่างไรก็ตามหากรถของเราไม่ได้แค่ลุยน้ำท่วมขัง แต่ถึงขั้นจมน้ำและน้ำทะลักเข้าในรถ ท่วมขังเข้ามาถึงด้านในจนเกิดความเสียหาย ซึ่งหลังจากน้ำหายไปหมดแล้วมันก็จะเหลือคราบแห่งความสกปรกอยู่ภายในรถ เชื่อว่าหลายคนคงปวดขมับแล้วคงคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรต่อ

โดย นายรชตะ ฐานิตสรณ์ อายุ 45 ปี เจ้าของเต็นท์รถยนต์ โบ๊ต ออโต้ คาร์ ตั้งอยู่ที่ตลาดรถยนต์ 289 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ให้ข้อมูลถึงกรณีนี้ว่า ขั้นตอนแรก หลังจากที่รถผ่านการจมน้ำมา เราต้องทำการรื้อภายในรถยนต์ เบาะ พรม ผ้าหลังคา ออกทั้งหมด ถ้าเป็นเบาะผ้าต้องถอดออกจากตัวเบาะ เพื่อซักทำความสะอาด ตากแดดและอบให้แห้งเพื่อกำจัดกลิ่นกับคราบ

จากนั้นก็ต้องทำความสะอาดห้องเครื่อง ทำความสะอาดช่วงล่าง ล้างคราบสิ่งสกปรก อุปกรณ์อะไหล่ชิ้นส่วนไหนมีความเสียหายต้องเปลี่ยนใหม่ ซ่อมบำรุงตามชิ้นนั้นๆ ไป ก่อนจะต้องทำความสะอาดภายในห้องโดยสาร แกะทุกชิ้นส่วนออกมาทำความสะอาด เช็กทุกซอกทุกมุมเพราะอาจมีคราบน้ำที่หลงเหลืออยู่

ต่อมาคือรอให้ชิ้นส่วน เช่น พรม เบาะ ผ้าหลังคา แห้งให้สนิทแล้วค่อยนำมาประกอบเข้ากับตัวรถ ประกอบทุกชิ้นส่วนเข้าที่เดิม เช็กความเรียบร้อยให้ดี จากนั้นควรล้างสีรถยนต์ ลง wax ภายในรถยนต์ พร้อมขัดเคลือบสีรถยนต์ รวมถึงดูแลความสะอาดกระจกด้วย หรือหากใครที่ไม่มีเวลาหรือไม่สะดวกที่จะทำความสะอาดแบบนี้ ก็สามารถติดต่อสอบถามเพื่อใช้บริการของ โบ๊ต ออโต้ คาร์ ได้ที่ “ล้างรถยนต์ ปรับสภาพภายในรถยนต์ ฟื้นฟูภายในรถยนต์ เต็มระบบ”