เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 29 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม กล่าวก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน ถึงกรณีมีเสียงสะท้อนจากประชาชนจะมีการขึ้นราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายในวันที่ 1 พ.ย. ว่า การประชุมครั้งนี้จะมีการหารือ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ กรณีโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายสำหรับสายสีแดงและสีม่วง จะสิ้นสุดแล้วตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงคมนาคมกับกระทรวงการคลัง ว่า หลังจากครบกำหนด 30 พ.ย. นี้แล้ว กระทรวงคมนาคมจะมีแนวทางอย่างไร โดยให้หารือกับกระทรวงการคลัง 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนที่สองคือ ส่วนต่อขยายที่มีราคาสูงอยู่ในขณะนี้ จะมีการหารือในที่ประชุมวันนี้ เพื่อหาแนวทางและข้อสรุปให้ได้ว่า การขึ้นรถไฟฟ้าและรถโดยสารทั้งระบบใน กทม. และชานเมือง เราจะมีแนวทางอย่างไรเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้โดยสารทั้งใน กทม. และรอบ กทม. ซึ่งจะหาแนวทางที่เหมาะว่าจะทำอย่างไรได้และทำทันหรือไม่ในช่วงที่นายกฯ ประกาศไว้ว่า จะยุบสภาในวันที่ 31 ม.ค. 69 โดยกระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลังจะไปหารือกัน และจะพยายามทำให้ทัน อย่างไรก็ตาม จะทันหรือไม่ทัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลัง ยังมีส่วนที่เกี่ยวเนื่องไปยังอัยการสูงสุด ซึ่งจะต้องไปดูสัญญา หากอัยการสูงสุดให้คำตอบที่เร็ว เราก็สามารถดำเนินการทันได้ แต่หากดูสัญญาไม่ทัน กระทรวงการคมนาคมจะไปหาวิธีว่า ในช่วงรักษาการจะสามารถทำอะไรได้หรือไม่ หรือจะมีเรื่องอะไรนำเข้าในที่ประชุม ครม. ช่วงรักษาการได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับมติ ครม. จะอนุมัติในหัวข้อนี้ ตนยังไม่สามารถให้คำตอบในตอนนี้ได้

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่จะใช้งบประมาณอุดหนุนราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นโยบายของเราคือ จะใช้ระบบตั๋วร่วม แต่ระบบดังกล่าวมีขั้นตอน ซึ่งตอนนี้ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีเฉพาะสายสีแดง และสีม่วง เราจะมีสายสีอื่น เช่น ของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) หรือ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTS) เราต้องไปเจรจากับเจ้าของบริษัทสัมปทานว่าจะทำอย่างไร ซึ่งต้องขอหารือกับกระทรวงการคลังด้วยว่า หากรัฐบาลจะทำอะไรลงไป จะทำอย่างไรไม่ให้กระทบกับหนี้สาธารณะ ปัญหาของรัฐบาล คือ มีความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะ ซึ่งมันใกล้เคียงกับเพดาน 70%