เมื่อวันที่ 29  ต.ค.2568 ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กล่าวว่า จากกรณีที่กมธ. ได้พิจารณาร่างดังกล่าวแล้วเสร็จ และมีการบรรจุระเบียบวาระการที่ประชุมวันนี้ที่ 4.7 ในวาระ 2 และ 3 แต่ดูเหมือนจะมีความพยายามถ่วงเวลาไม่ให้กฎหมายนี้ผ่านสภาฯ โดยการพิจารณาวาระ 4.6 เรื่องร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา มีการใช้เวลามาก ทั้งที่มีไม่กี่มาตรา และสส.ส่วนใหญ่ไม่เข้าประชุม ถ่วงเวลาพิจารณา บางครั้งเข้าไปยกมือให้ เมื่อมาตราต่อไปก็ถ่วงเวลาอีก นอกจากนี้ยังมีการจะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องสแกมเมอร์ด้วย ทำให้ตัวแทนอสม.จาก 6 จังหวัดที่มาร่วมฟังการพิจารณา ต้องเสียเวลาทั้งวัน

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากมธ.พิจารณาอย่างราบรื่น โดยมีทั้งหมด 7 ร่าง โดยใน 6 ร่าง มีลักษณะคล้ายกัน แต่มี 1 ร่างคือของพรรคประชาชน มีความแตกต่างและทางกมธ.ได้ยึดร่างของพรรคประชาชนเป็นหลักในการพิจารณา โดยที่ประชุมมีการปรับแก้เนื้อหาบางส่วน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของอสม.  ซึ่งตนสันนิษฐานว่าเหตุผลที่มีการดึงร่างไว้เพราะมีการปรับแก้และไม่สอดคล้องกับเนื้อหาที่เหลือ ประกอบกับจะมีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องสแกมเมอร์เข้ามา จึงทำให้หลายพรรคไม่สบายใจ ไม่อยากให้พูดถึงสแกมเมอร์ และไม่อยากให้ร่างอสม.ผ่านสภาฯ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่อสม.ทั้งประเทศรอที่จะใช้กฎหมายฉบับนี้ ตนจึงต้องการให้อสม.ได้รับรู้ว่าปัญหาอุปสรรคคืออะไร

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ มีประชาชนแสดงความเห็นถึง 3 แสนคน เห็นด้วยกับพ.ร.บ.นี้กว่า 89 เปอร์เซ็น ส่วน 11 เปอร์เซ็นที่เหลือไม่ใช่ไม้เห็นด้วยแต่ให้ข้อติติงเรื่องการเกษียณอายุหรือการเริ่มต้นการทำงานของอสม. เราก็ได้ปรับแก้ตามความเห็นเหล่านั้นแล้ว มีพ.ร.บ.น้อยมากที่ประชาชนจำนวนมาให้ความสนใจแบบนี้แสดงว่าอสม.ให้ความสนใจและแสดงความเห็นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 อย่างหนาแน่น จึงขอให้สส.ทุกพรรคคิดว่าการกระทำของพวกท่านเป็นปัญหากับอสม.หรือไม่ ขอให้ทำงานแก้ตัวอีกครั้งเมื่อเปิดสภาฯในเดือนธ.ค.  อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าเมื่อจะมีการยุบสภาวันที่ 31 ม.ค. 69 เป็นไปได้หรือไม่ว่าการที่แก้ไขไป ทำให้เขาเสียความรู้สึกหรือเสียหน้า จึงทำให้ช้าออกไปอีก

เมื่อถามว่า ยังมั่นใจหรือไม่ว่ากฎหมายฉบับนี้จะผ่านสภาฯ ในสมัยประชุมหน้า นายสมศักดิ์ กล่าวว่า หากผ่านสภาฯก็ยังติดเงื่อนเวลาการพิจารณาในชั้นวุฒิสภาอีก เพราะเรามีเวลาไม่ถึง  1 เดือน ที่จะยุบสภาแล้ว  แต่หากผ่านวาระ  3 ได้วันนี้ และอยู่ในการพิจารณาของสว.อีก 1 เดือน เมื่อเปิดสมัยประชุมก็มีโอกาสที่จะผ่านและประกาศใช้ได้ เพราะตนได้คำนวนไทม์ไลน์ไว้หมดแล้ว และต้องยอมรับว่าเป็นกฎหมายที่ดี หากมีการเลือกตั้งเราต้องกลับไปนับ 1 ใหม่ กว่าจะผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะยังมีกับดักทางการเมืองและกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นตัวแปร

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าหากกฎหมายดังกล่าวผ่าน พรรคเพื่อไทยจะถือเป็นผลงานใช้หาเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่การได้เปรียบเสียเปรียบ พรรคการเมืองไหนมาเป็นรัฐบาลก็ต้องพยายามทำให้ดี บางคนไม่เคยบริหารก็คิดมากไป ทำเป็นนิสัยหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาที่มีนายไชยา พรหมมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม หลังสภาผ่านร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ …) พ.ศ. … ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาผ่านวาระ 2 และวาระ 3 แล้ว

จากนั้น นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ได้ทักท้วงว่าร่างพ.ร.บ.อสม. ต่อ เนื่องจากมี อสม.มารอที่สภาฯ แล้ว ขณะที่สส.ของพรรคเพื่อไทยเห็นด้วยที่จะให้มีการพิจารณาต่อ จึงขอให้ประธานพิจารราเรื่องนี้ด้วย

แต่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ทักท้วงว่า ตนไม่ได้ขัดข้อง แต่เพื่อนสมาชิกทั้ง 2 พรรคที่พูดนั้นเหลือสส.กี่คน ให้กล้องแพลนมาดูก็ได้

ทำให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย พูดแทรกขึ้นมาว่า ขอให้เรียกมารยาทกลับมาด้วย

อย่างไรก็ตามเมื่อตกลงกันไม่ได้ นายไชยา จึงกล่าวว่า ขอให้ไปคุยกันก่อน ในวันที่ 30 ต.ค.นี้ ค่อยหารือกันก็ได้ จากนั้นได้สั่งปิดประชุมในเวลา 19.25 น.