เมื่อวันที่ 30 ต.ค. กรณีที่ภริยานายกรัฐมนตรีพูดกับสื่อมวลชน ว่า “ทำไมใจร้ายกับท่านนายกฯ จังเลย เดี๋ยวต่อไป จะจำไว้แล้วนะ เกินไปแล้วนะ”
ล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ได้แชร์โพสต์ข่าวกรณีดังกล่าว พร้อมระบุว่า ดิฉันไม่แน่ใจว่าภรรยาของท่านนายกฯทราบหรือไม่ การกระทำเช่นนี้คือการคุกคามเสรีภาพสื่อ
ขณะที่ น.ส.ภคมน ลิซ่า หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความเรื่องนี้เช่นกันว่า “น้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยการคุกคามนี่คือการใช้ power dynamics”
กรณีที่ภริยานายกรัฐมนตรีพูดกับสื่อมวลชน ว่า “ทำไมใจร้ายกับท่านนายกฯ จังเลย เดี๋ยวต่อไป จะจำไว้แล้วนะ เกินไปแล้วนะ” แม้น้ำเสียงจะนอบน้อมหรือจะบอกว่าเป็นการหยอกเล่นกับสื่อมวลชนก็ตาม
ถ้าตัดน้ำเสียง สีหน้าออกนี่คือการใช้ Power Dynamic ถ้าแปลให้เข้าใจง่ายๆ มันหมายถึง ‘ความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างสองฝ่าย’ ซึ่งความไม่เท่าเทียมนี้ถูกนำมาใช้เพื่อกดขี่ฝ่ายที่มีอำนาจน้อยกว่า พูดกันตรงๆ ความหมายของคำพูดที่ท่านพูดออกมาไม่ต่างกับการคุกคามการทำงานของสื่อมวลชน ดิฉันไม่ได้บอกว่า สื่อมวลชนวิจารณ์ไม่ได้ แตะต้องไม่ได้ แต่ไม่ใช่หน้าที่ภริยาท่านนายกฯ ที่จะพูดลักษณะนี้หลังการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี
ดิฉันไม่ขอคิดแทนว่าภริยาท่านนายกรัฐมนตรีมีเจตนาอะไร ที่แน่ๆ ท่านต้องรู้ว่านี่คือการใช้อำนาจที่เหนือกว่าในการสะท้อนการทำงานของสื่อมวลชน ใครๆ ก็รู้ว่าสื่อมวลชนมีหน้าที่ซักถามข้อเท็จจริงเพื่อนำเสนอต่อพี่น้องประชาชนและสาธารณะ
หากผู้นำหรือผู้ถูกสัมภาษณ์รู้สึกว่าคำถามไหนรู้สึกถูกคุกคาม หรือรุนแรงจากการทำหน้าที่สื่อมวลชน นายกรัฐมนตรีก็มีสิทธิที่จะตอบกลับชี้แจงได้ทันทีให้จบตรงนั้น
กรณีนี้จะเจตนาหยอกเล่นหรือทักทายสื่อมวลชนดิฉันไม่ทราบ แต่ท่านต้องเรียนรู้ท่าทีที่ระมัดระวังกว่านี้ สุขุมกว่านี้ ไม่ต้องมีบทร่วมทุกครั้งไป ไม่ต้องมีซีนทุกวัน
ควรคำนึงว่าตำแหน่งในฐานะภริยานายกรัฐมนตรีมาพร้อมอำนาจที่เหนือกว่า
อย่าหาว่าสอนนะคะ ด้วยท่าทางของท่าน
ที่อ่อนหวานแค่เดินผ่านไปไหว้ยิ้มทักทายสื่อมวลชน ดิฉันคิดว่าเพียงพอและสง่างามตราตรึงในฐานะสตรีหมายเลข 1
ยืนยันอีกครั้งว่านี่เป็นการใช้ Power Dynamics และไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องในครอบครัวแต่เป็นความเชื่อมั่นของรัฐบาล



