เมื่อวันที่ 30 ต.ค. สำนักพระราชวังเปิดให้คณะบุคคลและประชาชนทุกหมู่เหล่าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมลงนามถวายความอาลัยในสมุดหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง และเต็นท์สนามหญ้าข้างศาลาลูกขุนใน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น.
ทั้งนี้ มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคล คณะทูตต่างประเทศ หน่วยงานสังกัดภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้แทนจากมูลนิธิ องค์กรการกุศล และประชาชนเข้าถวายสักการะและลงนามถวายความอาลัยด้วยความรักเทิดทูนและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความผาสุกของปวงชนชาวไทยตลอดมา อาทิ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมแม่ทัพน้อย และคณะ สมาคมส่งเสริมบุคลิกสตรี สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

สมาคมแม่บ้านกองทัพภาคที่ 1 เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเช็ก ประจำประเทศไทย กงสุลกิตติมศักดิ์ โมนาโก ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ พร้อมคู่สมรส จากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) เป็นต้น
ทั้งนี้ บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ทั้งยังมีจุดบริการน้ำดื่ม รวมทั้งกองแพทย์หลวงคอยดูแลประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แจกจ่ายผ้าเย็นและพิมเสนน้ำพระราชทานให้แก่ผู้ที่มาลงนามถวายความอาลัย

นายกวัลยิตซิงห์ โกโรวารา ชาวไทยซิกข์ กล่าวว่า เมื่อ 9 ปีที่แล้ว ตนเดินทางมากราบถวายสักการะในหลวงรัชกาลที่ 9 ครั้งนี้ตั้งใจเดินทางมากราบถวายสักการะสมเด็จพระพันปีหลวง ในพระบรมมหาราชวัง
สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงผู้ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในทุกด้าน ทรงอุทิศพระองค์เพื่อความสุขของปวงชน โดยเฉพาะงานด้านหัตถกรรม ทรงส่งเสริมให้คนไทยตระหนักถึงคุณค่าของงานอนุรักษ์มรดกของชาติไทย อีกทั้งยังเป็นที่ประจักษ์และยอมรับของชาวโลก

เราชาวไทยซิกข์ ร่วมกันสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน อีกทั้งพร้อมใจเผยแพร่พระราชกรณียกิจผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ด้าน นางบุญส่ง คงคาเขตร ชาว จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ตนและลูกตั้งใจมาถวายสักการะพระบรมศพ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ด้วยอายุมากและป่วยจึงใช้บริการรถเข็นเข้ามา โดยมีจิตอาสาพระราชทาน 904 ช่วยดูแลตั้งแต่สนามหลวงจนเข้ามาด้านในศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง

วันนี้สวรรคตครบ 7 วัน พสกนิกรยังมาสักการะต่อเนื่อง แม้ไม่เคยเฝ้าฯ รับเสด็จพระองค์ แต่ตนรับรู้และติดตามพระราชกรณียกิจพระองค์ทรงงานอย่างมีความสุขเพื่อราษฎร ตื้นตันใจมาก แต่ด้วยสุขภาพและสูงวัยอาจจะไม่ได้มากราบพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท วันนี้ถือเป็นการส่งพระองค์ครั้งสุดท้าย



